ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



การหย่าร้าง


 โดย.ไชยคฺอับดุลลอฮฺ อับดุรเราะหฺมาน ศอและหฺ อาล บัสซาม

ถอดความ. ส.สมอเอก
 
 
ตัวบท. 
عَنْ عَبْدِاللهِ بْنِ عُمَرَ رَضي اللهُ عَنْهُمَا: أَنَّهُ طَلَّقَ امْرَأَتَهُ وَهِيَ حَائِضٌ ، فَذَكَرذَلِكَ عُمَرُ لِرَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَتَغَيَّظَ مِنْهُ رَسُوْلُ اللهِ صَلّىَ اللهُ َعَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، ثُمَّ قَالَ : " لِيُرَاجِعْهَا ثُمَّ يُمْسِكْهَا ، حَتىَّ تَطْهُرَ ، ثُمَّ تَحِيْضُ فَتَطْهُرَ ، فَإِنْ بَدَالَهُ أَنْ يُطَلِّقَهَا قَبْل أَنْ يَمَسَّها ، فَتِلْكَ الْعِدَّةُ كَماَأمَرَاللهُ عَزَّوَجَلَّ".
وَفِي لَفْظ "حَتَّي تَحِيْضَ حَيْضَةً مُسْتَقْبَلَةً ، سِوَى حَيْضَتِهَاالَّتِي طَلَّقَهَا فِيْهَا" وَفِي لَفْظ : "فَحُبِسَتْ مِنْ طَلاَقِهَا" ، وَرجَعَهَاعَبْدُاللهِ كَمَاأَمَرَهُ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ .
คำแปล.
มีรายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมาว่า เขาได้หย่าภรรยาของเขา ในขณะที่นางมีรอบเดือน อุมัรได้นำเอาเรื่องดังกล่าวไปบอกแก่ท่านร่อลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านโกรธเขามาก หลังจากนั้น ท่านกล่าวว่า. “ให้เขาไปคืนดีกับนาง หลังจากนั้น และจับนางไว้ จนกว่าจะสะอาด แล้วหากเขาต้องการจะหย่า ก็ให้เขาได้หย่าก่อนที่เขาจะแตะต้องตัวนาง อันนั้น ก็เวลาแห่งการรอคอย เหมือนกับที่อัลลอฮฺ อัซซะวะญัลลฺ ทรงใช้” . 
ในอีกรายงานหนึ่ง “จนกว่านางจะมีรอบเดือนครั้งต่อไป ที่ไม่ใช่รอบเดือนของนางที่เขาหย่านางช่วงนั้น” . 
และในรายงานหนึ่ง กล่าวว่า “แล้วนางถูกงดการหย่า” และอับดุลลอฮฺได้กลับไปคืนดีกับนาง เหมือนกับที่ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ใช้” .
 
อธิบายโดยสังเขป.
อิบนุ อุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้ย่าภรรยาของเขา ในขณะที่นางมีรอบเดือน บิดาของเขาได้บอกเรื่องราวดังกล่าวให้ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทราบ ท่านก็โกรธมาก โดยที่เขาหย่านางชนิดที่เป็นที่ต้องห้าม ที่ไม่ตรงกับแบบฉบับของท่านบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม .
หลังจากนั้น ท่านได้ใช้เขาให้กลับไปคืนดีกับนาง และรับนางไว้ จนกว่านางจะสะอาดจากรอบเดือนนั้น หลังจากนั้น ให้มีรอบเดือนมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น นางก็จะสะอาดจากการมีรอบเดือนของนาง .
หลังจากนั้น หากเขาต้องการที่จะหย่านาง และไม่เห็นว่า เขามีความต้องการในตัวนางอีก ก็ให้เขาหย่านาง ก่อนที่เขาจะไปมีเพศสัมพันธ์กับนาง .
อันนั้น ก็ช่วงแห่งการรอคอย ที่อัลลอฮ ได้ทรงใช้ให้มีการหย่าสำหรับผู้ที่มีความต้องการ .
ในเวลาเดียวกันการที่หย่านางในขณะที่มีรอบเดือน เป็นสิ่งต้องห้าม ไม่เกิดการหย่าตามแบบฉบับของท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม .
ซึ่งมีการระงับการหย่านางของเขา เขา ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ ก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และได้กลับไปคืนดีกับนาง .
 
สิ่งที่ได้จากหะดีษนี้:
1. ห้ามไม่มีการหย่าในขณะที่มีรอบเดือน และถือว่า มันเป็นการหย่าที่ไม่ตรงตามซนนะฮฺ (บิดอี๊ยฺ) ที่บัญชาของผู้วางบัญญัติมิได้กำหนดเช่นนั้น  .
2. ท่านนบีนยฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ใช้ให้อิบนุ อุมันกลับไปคืนดีกับนาง เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงว่า มันเกิดขึ้น .
มุมมองของมันก็คือว่า การกลับไปคืนดีนั้น จะไม่เกิดขึ้น นอกจากหลังจากที่ได้มีการหย่า ซึ่งจะมีการนำความเห็นที่แตกต่างมาเสนอในช่วงต่อไป อินชาอัลลอฮฺ .
3. มีการใช้ให้กลับไปคืนดี เมื่อเขาหย่าในขณะที่มีรอบเดือน  และให้รับไว้จนกว่า นางจะมีรอบเดือน แล้วสะอาด .
4. คำกล่าวของท่านที่ว่า. “ก่อนที่จะมีการแตะต้องนาง” เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงว่า มันไม่เป็นที่อนุญาตในการหย่า ในขณะที่นางอยู่ในความสะอาด ที่เขามีเพศสัมพันธ์กับนางในช่วงนั้น .
5. ข้อคิดในการรับนางไว้จนกว่า จะสะอาดจากรอบเดือน ที่สอง คือว่า สามีนั้น อาจจะไปมีเพศสัมพันธ์กับนาง ในช่วงที่มีความสะอาดนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดการคบค้าต่อไป ด้วยเหตุนี้  มีมาในบางทางรายงานหะดีษ “แล้วเมื่อนางสะอาด เขาก็แตะต้องนาง” .
อิบนุ อับดิลบัร กล่าวว่า การกลับไปคืนดีนั้น เกือบจะรู้ไม่ได้ว่า มันถูกต้องหรือไม่ นอกจากด้วยการมีเพศสัมพันธ์ เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่ถูกมุ่งหมาย ในการแต่งงาน .
ส่วนข้อคิดในการห้ามไม่ให้หย่าผู้ที่มีรอบเดือน ก็เนื่องจากการมีความกลัว ในเรื่องของความยาวนาน ของระยะเวลาแห่งการรอคอย .
ส่วนข้อคิดในการไม่ให้หย่าในช่วงที่สะอาด ที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้น ก็เนื่องจากมีความกล่าวว่า นางจะมีครรภ์ แล้วสามีและภรรยา หรือคนหนึ่งคนใดจะเสียใจ .
หากว่ามีการรู้ว่า มีการตั้งครรภ์ เขาทั้งสองก็จะทำให้เกิดความดีในการคบค้า และเกิดการรวมกัน หลังจากที่มีการแยกกัน การหันห่างจากกัน .
ทั้งหมดนี้ จะกลับไปที่คำตรัสของพระองค์ ตะอาลา ที่มีความหมายว่า . “ดังนั้น พวกเจ้าจงหย่าพวกนาง ในขณะที่พวกนางอยู่ในระยะแห่งการรอคอยของพวกนาง” และอัลลอฮฺนั้น ในบทบัญญัติของพระองค์จะมีข้อคิด เคล็ดลับต่าง ๆ  ที่เห็นได้ และเห็นไม่ได้ .
ความเห็นของบรรดาผู้รู้ที่ไม่ตรงกัน .
บรรดาผู้รู้กลุ่มใหญ่ – อันได้แก่ อิมามทั้งสี่ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม – เห็นว่า การหย่าในขณะที่สะอาด มีผล.
หลักฐานของพวกเขา ในเรื่องดังกล่าว คือ การสั่งใช้ของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้อิบนุ อุมัร กลับไปคืนดีกับภรรยาของเขาเมื่อเขาหย่านางในขณะที่นางอยู่ในความสะอาด .
การกลับไปคืนดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ นอกจากหลังจากมีการหย่ามาก่อน เพราะในบางคำของหะดีษ มีว่า . “แล้วนางถูกระงับไม่ให้มีการหย่า” . 
ผู้รู้บางท่าน มีความเห็น อันได้แก่ไชยคุลอิสลาม อิบนุ ไตยมียะฮฺ และลูกศิษย์ของท่าน คือ อิบนุลกอยยิมว่า การหย่าไม่เกิด เนื่องจากว่า มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยขาดความรู้  ความเข้าใจ .
และพวกเขานำเอาสิ่งที่อบูดาวู๊ด และนะซาอียฺ  ได้รายงานไว้ ว่า (อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร ได้หย่าภรรยาของเขา ในขณะที่เป็นผู้ที่อยู่ในความสะอาด มาอ้าง อับดุลลอฮฺ กล่าวว่า “เขาได้ส่งคืนมาให้ฉัน ในขณะที่เขาไม่เห็นนางแต่ประการ” มาเป็นหลักฐานในเรื่องดังกล่าว .
หะดีษนี้ มีอยู่มุสลิม โดยไม่มีคำกล่าวว่า “และเขาไม่เห็นนางแต่ประการใด” .
ผู้รู้บางท่านเห็นว่า หะดีษนี้ เป็นหะดีษที่ไม่เป็นที่ที่ชอบ เนื่องจาก มันค้านกับหะดีษต่างๆ ทั้งมด .
และอิบนุลกอยยิมได้ตอบ เกี่ยวกับหลักฐานของบรรดาผู้รู้กลุ่มใหญ่ ว่า การใช้ให้กลับไปคืนดีกับนาง ความหมายของมัน คือ การให้นางอยู่ในสภาพแรกของนาง โดยที่การหย่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาของมันที่ได้รับการอนุญาตทางด้านบัญญัติ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกยกเลิก  การแต่งงานจะเกิดขึ้นตามสภาพของมัน .
ส่วนการนำเอาหะดีษที่มีคำว่า. “แล้วนางถูกระงับไม่ให้มีการหย่า” มันก็ไม่มีหลักฐานในเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด เพราะว่า มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกนเสนอไปยังท่านนบียฺ ศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่ประการใด .
อิบนุ ก็อยยิม ได้วิเคราะห์ไว้ยาว ในหนังสือตะหฺธีบุสสุนัน ตามรูปแบบของท่านในการวีเคราะห์เจาะลึกต่างๆ ที่ยืดยาว แต่ทว่า สิ่งที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ สิ่งที่บรรดาผู้รู้กลุ่มใหญ่มีความเห็น  และอัลลอฮฺ เป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด...