ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



การทำวะกัฟ


โดย.ไชยคฺอับดุลลอฮฺ อับดุรเราะหมาน ศอและหฺ อาล บัสซาม
ถอดความ. ส.สมออก
 
ตัวบท
عَنْ عَبْدِاللهِ بْنِ عُمَرَقَالَ:أَصَابَ عُمَرُ أَرْضًا بِخَيِبَرَ ، فَأَتَى النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَسْتَأْمِرُفِيْهِ ، فَقَالَ: يَارَسُوْلَ اللهِ ، إِنِّي أَصَبْتُ أَرْضًا بِخَيْبَرَ وَلَمْ أُصِبْ مَالاًقَطُّ  هُوَ أَنْفَسُ عِنْدِي مِنْهُ ، فَمَاتَأْمُرُنِي بِهِ ؟ ، قَالَ: إِنْ شِئْتَ حَبَسْتَ أَصْلَهَا وَتَصَدَّقْتَ بِهَا ، قَالَ : فَتَصَدَّقَ بِهَاعُمَرُ ، غَيْرَ أَنَّهُ لاَيُبَاعُ أَصْلُهَا وَلاَيُوْرَثُ ، فََقَالَ: فَتَصَدَقَ بِهَاعُمَرُ فِي الْفُقَرَاءِ، وَفِي الْقُرْبَى ، وَفِي الرِّقَابِ ، وَفِي سَبِيْلِ اللهِ ، وَاْبنِ السَّبِيْلِ ، وَالضَّيْفِ ، لاَجُنَاحَ عَلَى مَنْ وَلِيَهَا أَنْ يَأْكُلَ مِنْهَا بِالْمَعْرُوْفِ ، أَوْ يُطْعِمَ صَدِيْقًا ، غَيْرَ مَتَمَوِّلٍ فِيْهِ "
 
คำแปล.
“มีรายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร กล่าวว่า อุมัรได้ที่ดิน ที่คอยบัร แล้วเขาได้มาหาท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อขอให้ท่านได้ชี้แนะ ในการจัดการกับที่ดังกล่าว เขากล่าวว่า โอ้ ท่านร่อซูลุลลอฮฺ แท้จริงฉันได้ที่ดิน ที่คอยบัร และฉันไม่ได้รับทรัพย์สินใดๆ ที่เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับฉัน มากไปกว่ามัน แล้วท่านจะมีคำชี้แนะอะไรบ้าง ในที่ดินดังกล่าว? ท่านกล่าวว่า หากท่านประสงค์ ก็เก็บเอาต้นของมันไว้ และเอามันไปทำทาน เขากล่าวว่า แล้วอุมัรเอามันไปทำทาน โดยที่ไมมีการขายต้นของมัน และไม่มีการให้เป็นมรดก เขากล่าวว่า อุมัร ได้เอาไปทำทานแก่บรรดาเด็กยากจน ญาติผู้ใกล้ชิด บรรดาผู้เป็นทาส  ทำทานในหนทางของอัลลอฮฺ ให้ผู้เดินทาง และแขก ไม่เป็นบาปใดๆ แก่ผู้ที่ดูแล ในการที่นำมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม หรือให้อาหารแก่เพื่อน ที่ไม่เลยขอบเขต”
 
คำอธิบายโดยสังเขป .
อุมัร อิบนุลค็อฏฏ๊อบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺได้ที่ดินแปลงหนึ่ง ที่เมืองคอยบัร จำนวนหนึ่งร้อยส่วน ในขณะที่มันเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงที่สุด ที่เขามีอยู่ เนื่องจากมันเป็นที่ดิน ที่ดินที่สวย ในขณะที่พวกเขา - ขออัลลอฮฺได้ทรงพึงพอใจต่อพวกเขาด้วย -แข่งขันไปสู่การงานต่างๆ ที่จะอยู่ไปตลอดกาล ที่ดี.
เขาได้มาหาท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในสิ่งที่เป็นคุณธรรม ที่ถูกกล่าวไว้ในคำตรัสของพระองค์ ตะอาลาที่ว่า.
"لَنْ تَنَالُواالْبِرَّ حَتَّى تُنْفِقواُ مِمَّاتُحِبُّوْنَ"
“พวกเจ้าจะไม่ได้รับสิ่งที่เป็นคุณธรรม จนกว่าพวกเจ้าจะได้จับจ่ายจากสิ่งที่พวกเจ้ารักเสียก่อนเท่านั้น” - เขาได้ขอคำชี้แนะจากท่าน ในลักษณะของการเอาไปทำทาน เพื่อพระพักตร์แห่งอัลลอฮฺ ตะอาลา เนื่องจากเขามีความมั่นใจ ในความสมบูรณ์ของการให้คำตักเตือนของท่าน .
ท่านก็ได้ชี้แนะแก่เขา ถึงหนทางที่ดีที่สุด ของการทำทานต่างๆ อันนั้น ก็ได้แก่การักษาต้นของมันเอาไว้ เอามันมาทำวะกัฟ โดยที่ไม่เอามันมาจัดการ ด้วยการขาย ให้เป็นของขวัญ ให้เป็นมรดก และอื่นจากกนั้น จากชนิดต่างๆ ของการจัดการบริหาร ที่ทำให้สิ่งที่อยู่ในความครอบครองถูกย้ายที่ หรือเป็นเหตุ ในการทำให้มีการย้ายที่ เอามันไปทำทานแก่บรรดาผู้ยากจน ผู้ขัดสน ญาติพี่น้องที่ใกล้ชิด เครือญาติต่างๆ  เอาไปจ่ายเพื่อการปลดปล่อยทาส หรือจ่ายค่าชดเชย ให้แก่บรรดาผู้ที่พวกเขาจักต้องจ่าย เอาไปช่วยบรรดาผู้ที่ทำการต่อสู่ในหนทางของอัลลอฮฺ เพื่อทำให้ถ้อยคำแห่งอัลลอฮฺสูงส่ง ช่วยเหลือศาสนาของพระองค์ ให้อาหารแก่ผู้เดินทาง ที่ขาดค่าใช้จ่าย ขณะที่อยู่ในประเทศอื่น  เช่นเดียวกัน ให้อาหารแก่แขก เพราะว่า การให้เกียรติแขก เป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา .
โดยที่ต้องมีผู้ที่จะมาทำหน้าที่ดูแลมัน ด้วยการให้น้ำ และปรับปรุง ซึ่งสิ่งที่เป็นบาป เป็นโทษ ได้ถูกยกไป จากผู้ที่มาทำหน้าที่ดูแล ในการที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ตามความเหมาะสม โดยจะเอามาใช้เท่าที่มีความจำเป็น ใช้ให้อาหารเพื่อน โดยไม่ได้เอาเกินความจำเป็น ซึ่งมันไม่ได้ถูกให้มีขึ้น นอกจาก เพื่อการใช้จ่าย ในหนทางแห่งความดี การทำความดี ไม่ใช่เพื่อการสะสมทรัพย์สิน และความมั่งมี .
 
สิ่งที่ได้จากหะดีษ
1. ได้ความหมายของการทำวะกัฟฺ ซึ่งมัน ก็คือ การเก็บรักษาต้นไว้ และเอามันไปทำทาน จากวจนะของท่านที่ว่า. “หากท่านประสงค์ ท่านก็รักษาต้นของมันไว้ และเอามันไปทำทาน” .
 2. ได้ข้อชี้ขาดเกี่ยวกับจัดการ ในเรื่องของวะกัฟ คือ ไม่อนุญาตให้โยกย้าย และจัดการ ที่เป็นเหตุให้มีการโยกย้ายกรรมสิทธิ์ หากแต่จะคงอยู่ต่อไป ตลอด และจัดการบริหาร ตามเงื่อนไขของผู้ทำวะกัฟ ที่ไม่มีการอธรรม การเอนเอียง จากคำกล่าวของท่านที่ว่า. “เว้นแต่ว่า ต้นของมันนั้น จะขายไม่ได้ ให้ และเอามาเป็นมรดกไม่ได้” 
3. สถานที่สำหรับทำวะกัฟ และมัน ก็คือ ตัวของมันนั้น จะยังคงอยู่ หลังจากที่นำไปใช้ประโยชน์แล้ว .
ส่วนสิ่งที่หมดไป ด้วยการใช้ประโยชน์ มันก็เป็นทาน  ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องการทำวะกัฟ ตลอดจนข้อชี้ขาดของมัน .
4. ได้ที่ สำหรับจ่ายวะกัฟ ตามบัญญัติ จากคำพูดของท่านที่ว่า. “แล้วท่านก็เอามันไปทำทานแก่บรรดาผู้ยากจน...ไปจนจบ” และมัน ก็คือ ให้อยู่ในหนทางต่างๆ ของคุณงามความดีทั่วไป หรือเฉพาะ เช่น ความใกล้ชิด ปล่อยทาส การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ  แขก บรรดาผู้ยากจน ผู้ขัดสน สร้างโรงเรียน สถานที่พักพิง โรงพยาบาล และอื่นจากนั้น .
5. ได้ความถูกต้องของเงื่อนไขของผู้ทำวะกัฟ ที่ไม่ค้านกับสิ่งที่จักต้องเป็นไปในการทำวะกัฟ และเป้าหมายของมัน ที่ไม่มีสิ่งที่เป็นบาป และการอธรรมอยู่ จากคำพูดของท่าน ที่ว่า. “ไม่มีบาปใดๆ แก่ผู้ที่มาทำหน้าที่ดูแล ในการที่นำเอามันไปใช้ประโยชน์ ตามความเหมาะสม” .
เงื่อนไขต่างๆในทำนองนี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่า ผู้ทำวะกัฟนั้น ไม่มีผลประโยชน์อยู่ จึงไม่มีการอธรรมแก่คนนึ่งคนใด .
เมื่อมีการวางเงื่อนไข ในทำนองนี้ ปฏิบัติได้ และหากปฏิบัติไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในการวางเงื่อนไขของอุมัร .
6. ในคำกล่าวของท่านที่ว่า “ไม่มีบาปใดๆแก่ผู้ที่มาทำหน้าที่ในการดูแล...ไปจนจบ” มีการอนุญาตให้ผู้ดูแลใช้ประโยชน์ได้ เท่าที่จำเป็น โดยไม่เอาไปสะสม เก็บกัก เช่นเดียวกัน นำเอาไปใช้จ่ายค่าอาหารแก่เพื่อน ตามความเมาะสม .
7. ในหะดีษนี้ มีความประเสริฐการทำวะกัฟ และว่า การทำวะกัฟนั้น เป็นทานที่ถาวรอันหนึ่ง และการทำให้เกิดความดีอย่างต่อเนื่อง .
8. ในหะดีษ มีว่า สิ่งที่ประเสริฐที่สุดนั้น คือ จำเป็นจักต้องเป็นทรัพย์สิน ที่ดี ที่มีค่าที่สุด โดยมีความต้องการอย่างมากมาย ในการปฏิบัติดี ทำดีต่ออัลลอฮฺ ที่พระองค์ได้ทรงให้แก่บรรดาผู้ที่ได้จับจ่าย จากสิ่งที่พวกเขารัก.
9. ในหะดีษ มีการปรึกษาหารือบรรดาผู้คนที่ดี ซึ่งก็ได้แก่บรรดาผู้มีศาสนา มีความรู้ และทุกการงาน ที่มีเจ้าของรู้จัก .
10. ในหะดีษ มีว่า สิ่งที่จำเป็นต่อผู้ให้การปรึกษา คือ การเตือน เท่าที่เขาเห็นว่า มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐ สิ่งที่ดีที่สุด เพราะศาสนานั้น คือ การตกเตือนกัน .
11. ในหะดีษ มีความประเสริฐของการทำทาน การปฏิบัติดี ต่อบรรดาเครือญาติ เพระว่า การทำทานแก่พวกเขานั้น เป็นทั้งทาน และ การเชื่อมสัมพันธ์...