ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



การอาบน้ำให้ผู้ตาย(ถอดความเสนอ. ส.สมอเอก)


 

การอาบน้ำให้ผู้ตาย
อธิบายโดย.ไชยคฺอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับดิรเราะหฺมาน อิบนุ ศอและหฺ อาล บัสซาม ซาอุดีอารเบีย
ถอดความเสนอ. ส.สมอเอก
 
****************
ตัวบท.
 
"عَنْ أُمِّ عَطِيَّةَ الأَنْصَارِيَّةِ قَالَتْ:دَخَلَ عَلَيْنَارَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حِيْنَ تُوُفِّيَتِ ابْنَتُهَازَيْنَبُ ، فَقَالَ: اغْسِلْنَهَا بِثَلاثٍ أَوْخَمْسٍ أَوْأَكْثَرَمِِنْ ذَلِكَ ، إِنْ رَأَيْتُنَّ ذَلِكَ ، بِمَاءٍ وَسِدْرٍٍ ، وَاجْعَلْنَ فِى الآخِرَةِ كَافُوْرًا أَوْشَيْئًامِنْ كَافُوْر ، فَإذَافَرَغْتُنَّ فَآذِنَّنِي ، فَلَمَّافَرَغْنَا آذَنَّاهُ ، فَأَعْطَانَاهُ حِقْوَهُ ، فَقَالَ: أَشْعِرْنَهَاإِيَّاهُ . وَفِي رِوَايَةٍ أَوْسَبْعًا وَقَالَ: ابْدَأْنَ بِمَيَامِنِهَا وَمَوَاضِعِ الْوُضُوْءِ مِنْهَا . وَأَنَّ أُمُّ عَطِيَّة قَالَتْ: وَجَعَلْنَارَأْسَهَا ثَلاَثَةَ قُرُوْنٍ"
คำแปล.
จากอุมมุ อะฏียะฮฺ อัลอันศอรียะฮฺ กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้ามาหาเรา ในขณะที่ลูกสาวของท่านไซยนับ ได้เสียชีวิต แล้วท่านกล่าวว่า จงอาบน้ำให้เธอ สาม ห้าครั้ง หรือมากกว่านั้น หากพวกเธอเห็นตามนั้น ด้วยน้ำ และน้ำใบพุทรา และลงท้ายด้วยการบูร หรือการบูรจำนวนหนึ่ง เมื่อพวกเธอทำเสร็จแล้ว ก็ช่วยแจ้งให้ฉันทราบด้วย แล้วเมื่อเรากระทำเสร็จ เราก็ได้แจ้งให้ท่านทราบ ท่านก็ได้ให้ผ้าของท่านแก่เรา แล้วกล่าวว่า เอามันไปไว้ชั้นในให้เธอ ในอีกรายงานหนึ่ง  กล่าวว่า หรือเจ็ด และกล่าวว่า พวกเธอจงเริ่มทางขวามือของเธอ และจุดการทำการอาบน้ำละหมาดของเธอ และอุมมุ อะฏียะฮฺ กล่าวว่า และเราได้ถักเปียผมของเธอเป็นสามเปีย .
อธิบายโดยสังเขป.
เมื่อไซยนับ บุตรสาวของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้เสียชีวิต ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้าไปหาบรรดาผู้ที่อาบน้ำให้เธอ ซึ่งในจำนวนนั้น ก็มีอุมมุ อะฏียะฮฺอยู่ เพื่อที่จะสอนลักษณะการอาบน้ำให้เธอ เพื่อให้เธอได้ออกไปจากโลกนี้ไปสู่พระผู้เป็นเจ้าของเธอ ในลักษณะที่สะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ท่านก็กล่าวว่า พวกเธอจงอาบน้ำให้เธอจำนวน 3 ครั้ง หรือ 5 ครั้ง เพื่อที่จะให้การหยุดอาบน้ำให้เธอจบลงที่เลขคี่ หรือมากไปกว่านั้น หากพวกเธอเห็นว่า เธอต้องอาบมากไปกว่า 5 ครั้ง .
เพื่อให้การอาบน้ำ เป็นการอาบ ที่สะอาดบริสุทธิ์ที่สุด ร่างกายมีความแข็ง ก็ให้ใส่น้ำใบพุทราไปด้วย และในครั้งสุดท้ายให้ใส่การบูร เพื่อที่จะให้มีกลิ่นที่ดี ทำให้สัตว์ไมเข้าใกล้และร่างของเธอจะได้มีความแข็ง .
ท่านได้ใช้พวกเธอให้เริ่มจากส่วนสำคัญๆ ของอวัยวะของเธอจากด้านขวามือ และอวัยวะที่มีการอาบน้ำละหมาด .
ท่านใช้ให้พวกเธอแจ้งให้ท่านทราบ เมื่ออาบน้ำเธอตามวิธีนี้เสร็จแล้ว .
เมื่อพวกเธออาบเสร็จ และแจ้งให้ท่านทราบ ท่านก็ได้ให้ผ้าของท่านที่ท่านสวมใส่อยู่ ให้เอาไว้ชั้นในแก่เธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมงคลแก่เธอ ในหลุมฝังศพของเธอ .
สิ่งที่สามารถนำออกมาเป็นกฎได้มีตังต่อไปนี้-
1. จำเป็นจักต้องมีการอาบน้ำแก่ผู้ตายที่เป็นมุสลิม และว่า มันเป็นฟัรฎูกิฟายะฮฺ .
2. สตรีนั้น ใครจะมาอาบน้ำให้เธอไม่ได้ นอกจากบรรดาสตรีด้วยกันเท่านั้น และตรงกันข้าม ยกเว้นสิ่งที่มีการยกเว้นจากสตรีกับสามีของตน และทาสหญิงกับนายของตน ซึ่งแต่ละคนสามารถอาบน้ำให้แก่กันได้ .
3. ให้อาบสามครั้ง หากไม่พอ ก็ให้อาบห้าครั้ง หากไม่พอ ก็ให้อาบมากไปกกว่านั้น  ผู้รู้บางท่านกำหนดให้อาบได้ถึงเจ็ดครั้ง .
หลังจากนั้น หากมีสิ่งใดออกมาอีก ก็ให้อุดที่ที่มีสิ่งที่เสียออกมา .
4. ให้ผู้อาบหยุดการอาบของเขา ในจำนวนคี่ สาม ห้า หรือเจ็ด .
5. ให้มีน้ำพุทราออยู่ด้วย เพราะว่า มันทำให้สะอาด และทำให้ร่างกายของผู้ตายมีความแข็ง .
6. ให้ใส่น้ำหอมผู้ตายในการอาบครั้งสุดท้าย เพื่อที่น้ำจะได้ไม่ทำให้น้ำหอมหมดไป .
น้ำหอมนั้น ก็ให้เอาจากการบูร เพราะว่า - มันมีกลิ่นหอม - แล้วยังทำให้ร่างกายมีความแข็ง ไม่เสียง่าย .
7. ให้เริ่มอาบอวัยวะที่สำคัญๆ อันได้แก่อวัยวะที่อยู่ทางขวามือ จุดต่างๆ ที่มีการอาบน้ำละหมาด .
8.ให้ถักเปียผมเป็นสามเปีย แล้วเอาไปไว้ด้านหลัง .
9. การแสวงหาสิ่งที่มีมงคลจากร่องรอยต่างๆ ของท่านร่อซู- ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และอันนี้ เป็นสิ่งเฉพาะ โดยจะไม่ล่วงเลยไปถึงบรรดาผู้รู้ และคนดีทั้งหลาย เนื่องจากเรื่องราวหลายประการ .
หนึ่ง. เรื่องนี้ไม่มีใครเท่าเทียมท่าน เนื่องจากระหว่างท่านกับคนอื่นนั้น มันมีความห่างไกลมาก และความแตกต่างสูง .
สอง. สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีการตีกรอบ จะไม่เป็นบัญญัติ นอกจากต้องมีการบัญญัติ และไม่มีหลักฐานที่จะทำให้เกินเลยท่านนบียฺมุฮัมมัด ไปสู่คนอื่น นอกเหนือจากท่าน ศ็อลลัลลอุอะลัยฮิวะซัลลัม .
สาม. บรรดาสาวกรู้ว่า อบูบักรฺ เป็นผู้ประเสริฐสุดของประชาชาติ แต่ก็ไม่ปรากฏว่า พวกเขาทำกับท่าน เหมือนกับที่ได้ทำกับท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการรีบไปเอาน้ำอาบน้ำละหมาดของท่าน ผม ขนร่างกายของท่านกัน และอื่นจากนั้น…
สี่. การแสวงหาสิ่งที่มีมงคลในคนอื่น จัดอยู่ในการทำสิ่งที่เกินเลย ซึ่งมันเป็นหนทางที่จะนำไปสู่การตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ ตะอาลา .
ห้า. แท้จริง มันเป็นสิ่งทดสอบสำหรับผู้ที่ไปเอามา เพื่อให้เกิดมงคล และหนทางที่จะนำไปสู่การยกย่องตัวของเขา และในการนั้นมีความหายนะอยู่...