ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ฮะดัษใหญ่ (โดย. อ.อับดุลลอฮฺ มานะฮฺ)


 

ฮะดัษใหญ่
โดย. อ.อับดุลลอฮฺ มานะฮฺ อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา หนองจอก กรุงเทพฯ ค็ฏี๊บมัสญิดอัสซาญิดีน ปากคลอง 13 กรรมการมูลนิธิ ดารุสสลาม โคกแฝด
 
 
****************
 
ฮะดัษใหญ่ หมายถึง สิ่งเปรอะเปื้อนร่างกายที่ไม่มีสิ่งใดทำให้สะอาดได้นอกจากการอาบน้ำฆุสล์
ผู้ที่มีฮะดัษใหญ่ ได้แก่
1.                        ผู้ที่อสุจิเคลื่อนออกมา
2.                        ผู้ที่ร่วมสังวาส ผู้ที่อยู่ในสองกรณีนี้เรียกว่า ผู้มีญะนาบะห์
3.                        หญิงที่มีเลือดประจำเดือน (เลือดเฮด)
4.                        หญิงทีมีเลือดหลังคลอดบุตร (เลือดนิฟาส)
 
ขอห้ามของผู้ที่มีญานาบะห์
ผู้ที่มีญะนาบะห์ ห้ามปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้จนกว่าจะได้อาบน้ำฆุสล์
(อาบน้ำยกฮะดัษ) เสียก่อน
1.ห้ามละหมาด
2.ห้ามจับต้อง และอ่านอัลกรุอ่าน
3.ห้ามฏอว๊าฟบัยตุลลอห์
4.ห้ามพักอยู่ในมัสยิด
 
เลือดสตรี
เลือดสตรีแบ่งอออกเป็น 3 ประเภท คือ
 
1. เลือดประจำเดือน (เฮด) คือ เลือดที่ออกมาทางอวัยวะเพศของสตรี เพื่อแสดงว่า สตรีผู้นั้นบรรลุนิติภาวะแล้ว
ระยะเวลาของการมีเลือดประจำเดือน อย่างน้อยที่สุด คือ 1วัน 1คืน
ระดับปานกลาง คือ 6-7 วัน มากที่สุด 15 วัน 15คืน
 
2. เลือดหลังการคลอดบุตร (นิฟาส) คือ เลือดที่ออกมาเนื่องจากการคลอดบุตร ไม่ว่าจะเป็นคลอดตามสภาพปกติ หรือการผ่าตัด หรือการแท้งก็ตาม ซึ่งในภาษาทั่วไปเรียกว่า น้ำคาวปลา
ระยะเวลาของการมีเลือดนิฟาส อย่างน้อยที่สุดชั่วพริบตาหนึ่ง ระดับปานกลาง 40 วัน 40 คืน และมากที่สุด 60 วัน 60 คืน
 
3. เลือดเสีย (อิสฏิฮาเฎาะห์) คือ เลือดที่ออกมามากกว่าระยะของการมีเลือดประจำเดือน และเลือดนิฟาส หรือเลือดที่ออกมาในระยะไม่ปกติของสตรี ผู้ที่มีเลือดเสียนั้นในทางศาสนาถือว่านางมีสภาพปกติบรรดา เหมือนกับสตรีทั่วไป โดยที่นางจะต้องละหมาดและถือศีลอด เพราะว่าเลือดดังกล่าวได้ถือว่า เป็นเลือดที่ต้องห้าม เมื่อนางจะละหมาดก็ให้นางทำความสะอาดทวารเบาของนาง แล้วเอาผ้าซับเลือดไว้ พร้อมกับอาบน้ำละหมาดแล้วรีบไปละหมาด ในกรณีนี้จำเป็นที่นางจะต้องอาบน้ำละหมาดทุกครั้งที่นางจะละหมาดฟัรดู
 
ข้อห้ามสำหรับสตรีที่มีเลือดเฮดและนิฟาส
สตรีที่มีเลือดเฮดหรือนิฟาส ต้องห้ามในการปฏิบัติสิ่งต่าง ต่อไปนี้ จนกว่าจะได้อาบน้ำยกฮะดัษใหญ่ (อาบน้ำฆุสล์) เสียก่อน
1.            ห้ามละหมาด และไม่ต้องละหมาดใช้
2.            ห้ามถือศีลอด
3.            ห้ามจับต้อง และอ่านอัลกรุอาน
4.             ห้ามพักอยู่ในมัสยิด
5.            ห้ามฏอว๊าฟบัยตุลลอห์
6.            ห้ามร่วมสังวาส
 
ฮะดัษเล็ก
 ฮะดัษเล็ก หรือตัวเปื้อนเล็ก หมายถึง ผู้ที่ไม่มีน้ำละหมาด ซึ่งมีข้อห้ามดังนี้คือ
1. ห้ามละหมาด
2. ห้ามฏอว๊าฟบัยตุลลอห์
           3.นักวิชาการมีความเห็น ว่า ผู้ที่อ่านอัลกรุอาน หรือจับต้อง อัลกรุอานควรมีน้ำละหมาดด้วย
 
* การอาบน้ำละหมาด
ผู้ที่มีฮะดัษเล็กสามารถขจัดได้โดยการอาบน้ำละหมาด วิธีการอาบน้ำละหมาดมีน้ำดังนี้คือ
1. ตั้งเจตนาในการอาบน้ำละหมาด   ทั้งนี้เพื่อจำแนกกันระหว่างกันระหว่างการชำระล้างอวัยวะตามศาสนบัญญัติกับการชำละล้างอวัยวะ
เพื่อทำความสะอาดตามบรรดา
2. กล่าว บิสมิลลาหิรเราะฮ์มานิรร่อฮีม
3. ล้างมือทั้งสองถึงข้อมือ 3 ครั้ง ก่อนที่จะเอามือจุ่มลงไปภาชนะ
4. เอาใส่ปากและสูดน้ำเข้าจมูก แล้วบ้วนปากและสั่งน้ำออกจากจมูก 3 ครั้ง
5. ล้างหน้า 3 ครั้ง ขอบเขตของหน้าอยู่ระหว่างตีนผมบนหน้าผาก จนถึงใต้คางและอยู่ระหว่างติ่งหูทั้งสองข้าง
6. ล้างมือทั้งสองจนถึงข้อศอก 3 ครั้ง โดยล้างข้างขวาก่อนข้างซ้าย
7. เช็ดศีรษะโดยใช้มือทั้งสองลูบตั้งแต่ตีนผมด้านหน้าผาก ไปทางด้านหลังแล้วลูบขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำครั้งเดียว
8. เช็ดใบหูทั้งสองโดยเอานิ้วชี้ใส่เข้าไปในรูหู แล้วเอานิ้วหัวแม่มือเช็ด
ใบหูด้านนอก
9. ล้างเท้าทั้งสองจนถึงตาตุ่ม 3 ครั้ง โดยล้างเท้าขวาก่อนเท้าซ้าย การอาบน้ำละหมาดนี้จะต้องทำด้วยความประณีตบรรจง ให้น้ำเข้าอวัยวะทุกส่วนที่จะล้างขณะอาบน้ำละหมาด จะตั้งกระทำโดยต่อเนื่องกัน และเรียงตามลำดับอวัยวะที่ต้องล้างในการอาบน้ำละหมาด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรผินหน้าไปทางกิบละห์ แล้วอ่านดุอาอฺว่า
 
คำอ่าน อัชหะดุอันลาอิลาหะอิลลัลห์ วะฮ์ดะฮู ลาชะรีกะละห์ วะอัชหะดุอันนะมุฮัมมะดัน อับดุฮู วะร่อซูลุห์ อัลลอหุมมัจอัลนี มินัตเตาวาบีนะ วัจอัลนี มินัลมุตะเฎาะหิรีน
 
ฉันปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอห์องค์เดียว ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ และฉันปฏิญาณว่า มุฮัมหมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ โอ้อัลลอห์ได้โปรดทำให้ฉันเป็นผู้หนึ่งจากบรรดาผู้ที่ขออภัยโทษ และได้โปรดทำให้ฉันเป็นผู้หนึ่งจากบรรดาผู้ทำความสะอาด
สิ่งที่ทำให้เสียน้ำละหมาด
 
มีสิ่งใดออกมาจาก
1.ทวารหนักหรือทวารเบา
2.ขาดสติไม่ว่าด้วยการวิกลจิต หรือเป็นลม หรือมึนเมา หรือสลบ
3. การนอนหลับโดยที่ก้นไม่แนบกับพื้น
4. การสัมผัสกับทวารหนัก หรือวัยวะเพศด้วยฝ่ามือ ไม่ว่าจะเป็นทวารหรืออวัยวะเพศของตนเองหรือของผู้อื่นก็ตาม
5. การกระทบกันระหว่างชายหญิงที่แต่งงานกันได้ โดยมีอารมณ์ทางเพศ
6.ผู้ที่มีฮะดัษเล็กตลอดเวลา เช่น การมีปัสสาวะกระปิดกระปรอย
หรือการผายลมตลอดเวลา หรือการมีเลือดเสียเป็นประจำ 
ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ต้องการอาบน้ำละหมาดทำความสะอาดทวารแล้วเอาผ้าซับไว้แล้วรีบอาบน้ำละหมาดเพื่อละหมาด   จำเป็นที่เขาจะต้องอาบน้ำละหมาดทุกครั้งที่ละหมาดฟัรฎู
 
การอาบน้ำฆุสล์
เมื่อผู้ใดมีฮะดัษใหญ่จำเป็นที่เขาจะต้องทำความสะอาดร่างกายของเขาด้วยการอาบน้ำฆุสล์ วิธีอาบน้ำฆุสล์มีดังนี้คือ
1.                  ตั้งเจตนาในการอาบน้ำฆุสล์
2.                  ทำความสะอาดทวารเบา
3.                  ชำระล้างอวัยวะต่างๆโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับการอาบน้ำละหมาด
4.                  เอาน้ำรดที่ศีรษะ 3 ครั้ง
5.                  เอาน้ำรดด้านขวา   3 ครั้ง
6.                  เอาน้ำรดด้านซ้าย 3 ครั้ง
7.                  เอาน้ำรดทั่วร่างกาย แล้วทำความสะอาดส่วนต่างๆ
8.                  เมื่อเรียบร้อยแล้วให้ก้าวเท้าจากที่เดิมเล็กน้อย   แล้วล้างเท้าทั้งสอง โดยล้างเท้าขวาก่อนเท้าซ้าย เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงถือว่า เสร็จพิธีการอาบนฆุสล์
ปัญหาที่เกี่ยวกับการอาบน้ำฆุสล์
๑). สตรีที่อาบน้ำฆุสล์ควรแก้ผมที่ถักไว้ หรือว่าขยี้ปอยผมเพื่อให้น้ำเข้าถึงภายในขณะอาบน้ำฆุสล์
๒). สตรีที่มีญะนาบะฮ์ แล้วมีรอบเดือน ถ้าหากตั้งเจตนาอาบน้ำฆุสล์   เพื่อยกฮะดัษทั้งสองพร้อมกัน การอาบน้ำดังกล่าวก็เป็นการยกฮะดัษทั้งสอง
๓). ผู้ที่มีฮะดัษใหญ่แล้วเขาตั้งเจตนาอาบน้ำยกฮะดัษ พร้อม
กับการอาบน้ำซุนนะห์ ญุมอะห์ หรือการอาบน้ำซุนนะห์วันอีด การอาบน้ำฆุสล์ดังกล่าวครั้งเดียวก็ใช้ได้
๔). การอาบน้ำฆุสล์ ครอบคลุมการอาบน้ำละหมาดด้วย
จึงไม่จำเป็นต้องอาบน้ำละหมาดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่อาบน้ำฆุสล์เรียบร้อยแล้ว
๕). การดำน้ำ หรือการรดน้ำทั่วร่างกาย โดยมีเจตนาอาบน้ำยกฮะดัษ ก็ถือว่าการอาบน้ำยกฮะดัษของเขาใช้ได้ แม้ว่าจะไม่ถูกต้องตามวิธีการอาบน้ำฆุสล์ก็ตาม
การอาบน้ำฆุสล์ที่เป็นซุนนะห์
ชอบให้อาบน้ำฆุสล์ที่เป็นซุนนะห์ ในโอกาสต่อไปนี้
๑.   อาบน้ำฆุสล์เพื่อละหมาดญุมอะห์ ( ละหมาดวันศุกร์ )
๒.   อาบน้ำฆุสล์เพื่อละหมาดอีดทั้งสอง
๓.   อาบน้ำฆุสล์เอี๊ยะฮ์รอมในการทำฮัจญ์หรืออุมเราะห์
๔.   อาบน้ำฆุสล์เพื่อทำการวุกุฟ ณ ทุ่งอะระฟะห์
๕.   อาบน้ำฆุสล์เมื่อร่างกายมีกลิ่นน่ารังเกียจ
๖.   อาบน้ำฆุสล์เนื่องในการเข้ารับอิสลาม