ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



วะลีมะตุนนิกะห์ คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ? (โดย. อ.มุนีร มะหมัด)


 

วะลีมะตุนนิกะห์ คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ?!
โดย. อ.มุนีร มะหมัดรองประธานมูลนิธิ ชี้นำสู่สันติสุข อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา ศาสนบริหารธุกิจ หนองจอก กรุงเทพฯ และอีกหลายสถาบัน
 
****************
 
วะลีมะตุนนิกะห์คือ งานเลี้ยงที่จัดขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความยินดี เนื่องในโอกาสที่มีการนิกะห์ ซึ่งเป็นซุนนะฮฺที่นบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สนับสนุนให้จัดขึ้น ดังที่ท่านอนัส อิบนิมาลิก ร่อฏิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เห็นอับดุรเราะห์มาน อิบนิเอาฟ์ มีร่องรอยสีเหลืองท่านจึงกล่าวว่า .
 
“นี่คืออะไร”
 
อับดุรเราะห์มานกล่าวว่า “ฉันแต่งงานกับสตรีนางหนึ่ง ด้วยทองคำก้อนหนึ่ง
ท่านนบี กล่าวว่า .
 
" بَارَكَ اللهُ لَكَ ، أوْلِمْ وَلَوْ بِشَاةٍ "
 
“ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแด่ท่าน ท่านจงจัดวะลีมะห์เถิด แม้ด้วยแกะเพียงตัวเดียว”.บันทึกโดย บรรดานักบันทึกหะดีษ .
 
ส่วนการจัดวะลีมะฮฺของนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ปรากฏในหะดีษหลายบท เช่น .
 
- ท่านอนัส อิบนิมาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มิได้จัดวะลีมะฮฺผู้ใดในบรรดาภรรยาของท่าน เหมือนกับท่านจัดแก่นางซัยนับ ท่านจัดวะลีมะห์โดยเชือดแกะ ๑ ตัว  หะดีษมุตตฟะกุนอะลัยฮฺ
 
-ท่านอนัสร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ ท่านร่อซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จัดวะลีมะฮฺ เมื่อท่านได้นิกะห์กับนางซัยนับ บินติ ญะห์ช์ โดยที่ท่านได้เลี้ยงคนทั้งหลายด้วยขนมปังและเนื้อสัตว์จนอิ่ม” . หะดีษมุตตะฟัก อลัยฮฺ
 
- ท่านอนัสร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ปล่อยนางซอฟียะฮฺให้เป็นอิสระ และทำให้การปล่อยนางให้เป็นอิสระเป็นมะฮัรของนาง และท่านได้จัดวะลีมะห์แก่นางด้วยอาหารทำจากอินทผลัม นมข้น และเนย” หะดีษมุตตะฟัก อลัยฮฺ .
 
-ท่านอนัส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า .
 
“ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พักอยู่ระหว่างตำบลคอยบัร และมะดีนะฮฺเป็นเวลา ๓ คืน โดยมีการจัดนิกาห์นางซ่อฟียะฮฺกับท่าน ฉันได้เชื้อเชิญบรรดามุสลิมมาร่วมงานวะลีมะฮฺของท่าน โดยมีแต่ขนมปัง ไม่มีเนื้อสัตว์ และไม่มีสิ่งใดนอกจากแผ่นหนังที่ถูกกางออก แล้วนำอินทผลัม นมข้น และเนยใส่ลงไป”. บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ (๔๒๑๓).
 
- ท่านหญิง ซอฟียะฮฺ บินติ ชัยบะฮฺ رضي الله عنها กล่าวว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จัดวะลีมะห์แก่ภรรยาของท่านบางคน ด้วยข้าวบาร์เลย์จำนวน ๒ มุด”. บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ (๕๑๗๒)  .
 
จากหะดีษข้างต้น เป็นแบบอย่างการจัดวะลีมะห์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่มีกำหนดตายตัวว่า จะต้องเป็นอาหารประเภทหนึ่งประเภทใดเป็นการเฉพาะ จะน้อยหรือมาก จะเป็นเนื้อสัตว์ หรือเป็นอาหารประเภทอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวและธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น ในเมื่อไม่ขัดกับหลักการของศาสนา เช่น มิได้จัดงานวะลีมะห์ เพื่อโอ้อวด เพื่อชื่อเสียง เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ มีอำนาจ บารมี หากแต่จัดเพื่อเลี้ยงแขกเหรื่อซึ่งเป็นญาติพี่น้อง มิตรสหาย เพื่อนบ้าน และคนรู้จักโดยทั่วไป ไม่เจาะจง เชื้อเชิญเฉพาะผู้ร่ำรวยมีฐานะ มีชื่อเสียง มีตำแหน่ง ไม่สนใจผู้ด้อยฐานะ คนยากจน เด็กกำพร้า อนาถา ซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้นกัน .
 
บรรยากาศในการจัดเลี้ยง จะต้องไม่มีการรื่นเริงที่หะรอม หรือบริการอาหารและเครื่องดื่มที่หะรอม .
 
ดังนั้น บางคนเข้าใจว่า การจัดวะลีมะตุนนิกะห์ให้เลี้ยงเพียงนม ๑ แก้ว อินทผลัม ๑ ผล โดยเชื่อว่า เป็นแบบอย่างของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หรือการนิกะห์ต้องให้เชคที่ตัวเองนับถือเป็นผู้ทำพิธีให้หรือนิกาห์เป็นหมู่เฉพาะพวกของตน ความเข้าใจเช่นนี้คงจะไม่ใช่ อีกทั้งยังอาจปลุกกระแสให้เกิดความหลงใหล คลั่งไคลในตัวบุคคล และแปรความหมายของซุนนะฮฺไปในเจตนารมณ์อย่างอื่น...