ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



อย่ามองเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก(โดย.อ. ฏอฮา อับดุลเลาะห์ )


 

อย่ามองเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก
โดย.อ. ฏอฮา อับดุลเลาะห์อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา หนองจอก กรุงเทพฯ มุสลิมวิทยาคาร คลอง 19 ฉะเชิงเทรา อัลฟุรกอนศึกษา ลาดบัวหลวง อยุธยา
 
 
****************
عَنْ أَنَس رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالَ: ) إِنَّكُمْ لَتَعْمَلُوْنَ أَعْمَالاً هِيَ أَدَقُّّ فِيْ أَعْيُنُكُمْ مِنَ الشِّعْرِ ، كُنّاَ نَعُدُّهَا عَلَى عَهْدِ
 
رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهِ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مِنَ الْمُوْبِقَاتِ ( . (رواه البخاري)
 
ความว่า. (มีรายงานจากท่านอนัส ร่อฎิยัลลอฮุนฮฺ กล่าวว่า (แน่นอนพวกท่านทั้งหลาย จะกระทำงานต่างๆ ซึ่งในสายตาของพวกท่านแล้ว มันเล็กยิ่งกว่าเส้นผมเสียอีก (แต่) พวกเรา (เหล่าศ่อฮาบะฮฺ) เคยอยู่สมัยของท่าร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือว่า งานเหล่านั้น มันเป็นส่วนหนึ่ง จากสิ่งที่ทำให้เกิดความพินาศ). (บันทึกโดย ท่านอิมาม อัลบุคอรีย์) .
 
คำอธิบาย
 
อนัส อิบนุ มาลิก ท่านเป็นคนที่มีอายุยืนคนหนึ่ง ท่านได้มีชีวิตอยู่หลังจากที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้จากโลกนี้ไปแล้วประมาณ ๙๐ ปี ท่านได้เล็งเห็นว่า เรื่องราวต่างๆในสมัยของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และสภาพความเป็นอยู่ของคนก็แตกต่างกันไป จนทำให้ผู้คนเหล่านั้นกลายเป็นคนเกียจคร้าน ไม่กระตือรือร้นกับกิจกรรมบางประการ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เหมือนในสมัยของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ร่อฏิลัลลอฮุอันฮุม .
 
อาทิเช่น การทำละหมาดญะมาอะฮฺ ซึ่งในหมู่ศอฮาบะฮฺจะไม่มีผู้ใดเลย แม้แต่คนเดียวที่เคยหลบเลี่ยงการทำละหมาดญะมาอะฮฺ นอกจากพวกมุนาฟิก หรือคนป่วยที่ได้รับการผ่อนผันเท่านั้น แต่ผู้คนที่มาหลังจากบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ทำเป็นหละหลวมทำเป็นเบาความกับสิ่งที่ต่างๆ เหล่านั้น พวกเขาไม่ได้กระทำอย่างจริงจังเหมือนอย่างที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺ ได้กระทำกัน ในสมัยของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนในยุคเราสมัยนี้ กลายเป็นคนเกียจคร้าน ละเลยไม่ใสใจต่อการละหมาด ๕ เวลาเสียด้วยซ้ำไป ไม่ใช่เพียงการทำละหมาดญะมาอะฮฺเท่านั้น บางคน อาจจะไม่ได้ทำละหมาดเลย หรือบางคนมีการทำละหมาดบ้าง และมีการละทิ้งบ้างเป็นบางเวลา หรือบางคนปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปจนใกล้จะหมดเวลา ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆสำหรับผู้คนบางคน แต่เรื่องเหล่านี้ในสมัยของท่านร่อซูศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และในสมัยของบรรดาศ่อฮาบะฮฺแล้วถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความพินาศ และการฉ้อฉล ก็เช่นเดียวกัน ในสมัยท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือเป็นเรื่องที่จะก่อให้เกิดความวิบัติ ความหายนะแก่ผู้กระทำ ดังที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า .
 
"مَنْ غَشَّ فَلَيْسَ مِنِّي".(أخرجه مسلم)
 
ความว่า . “ผู้ใดฉ้อฉล คดโกง เขาผู้นั้น มิใช่ผู้ที่ดำเนินตามแนวทางของฉัน” .(บันทึกโดย ท่านอิมามมุสลิม) .
 
แต่ถ้าหากท่านพิจารณาดูสภาพของผู้คนทุกวันนี้ ท่านก็จะพบว่า พวกเขาเหล่านั้น เห็นเรื่องฉ้อฉล เรื่องการคดโกงเป็นเรื่องง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนถือเป็นเรื่องของความฉลาด เป็นเรื่องของไหวพริบของการซื้อขายและการทำสัญญาที่จะต้องมี และยังมองว่าเป็นเรื่องความฉลาดเฉลียว และมีฝีมือ มีชั้นเชิงดี ทั้งๆที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แสดงตัวบริสุทธิ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่ฉ้อฉล และคดโกงอย่างชัดแจ้งอยู่แล้ว และเช่นเดียวกัน การพูดเท็จ หรือการพูดโกหกนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ในสมัยของศ่อฮาบะฮฺร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม พวกท่านเหล่านั้นเห็นว่า การพูดเท็จเป็นบาปที่จะนำไปสู่ความหายนะ แต่ทว่า การพูดเท็จในความรู้สึกของคนไม่ใช่น้อย ถือว่าเป็นเรื่องง่ายๆไม่สำคัญอะไร เพราะฉะนั้น ท่านจะพบเห็นผู้คนพูดโกหก โดยไม่สนใจกับการโกหก ทั้งๆที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า .
 
"لاَ يَزَالُ الرَّجُلُ يَكْذِبُ وَيَتَحَرَّى الْكَذِبَ حَتَّى يُكْتَبَ عِنْدَ اللهِ كَذَّاباً" .(أخرجه أحمد) .
 
ความว่า. “คนๆ หนึ่งยังพูดจาโกหกไม่สิ้นสุด และยังแสวงหาการโกหก จนกระทั่งเขาถูกบันทึกไว้ให้เป็นจอมโกหก ณ ที่อัลลอฮฺ” . (บันทึกโดย ท่านอิมามอะหฺมัด).
 
บางทีคนโกหก เขาจะโกหกในหลายๆ เรื่องที่อันตรายที่สุด แม้เขาจะปฏิเสธสิทธิของคนอื่น ที่มีอยู่ที่ตนก็ตาม หรืออ้างสิทธิของผู้อื่นว่า เป็นของตนถึงกับฟ้องร้อง ผู้คนต้องขึ้นศาลจนเป็นคดีความ และกล้าที่จะสาบานต่ออัลลอฮฺในสิ่งที่ตัวโกหก ซึ่งแน่นอนเขาจะต้องกลับไปพบกับอัลลอฮฺ และพระองค์จะทรงโกรธกริ้วเขาอย่างมาก และยังมีอีกที่เกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺ ถือว่า เป็นเรื่องที่จะนำไปสู่ความหายนะ และความวิบัติ .
 
แต่...ในสายตาของผู้คนในยุคหลังๆนี้ มองต่างกับศ่อฮาบะฮฺ ประเด็นปัญหาเหล่านั้น กลายเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ มันเล็กเสียยิ่งกว่าเส้นผม .
 
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า เมื่อใดก็ตามที่ความศรัทธาเข้มแข็ง เรื่องความชั่วร้าย ก็จะเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับผู้คน และเมื่อใดที่การศรัทธาต่ออัลลอฮฺอ่อนแอลงอย่างมาก เมื่อนั้น ความชั่วร้าย การฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในหัวใจของผู้คน และเห็นว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆไม่มีความสำคัญอะไรมากมาย จึงปล่อยปละละเลย ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่จะต้องปฏิบัติ เขาไม่แคร์ที่จะฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ เพราะการอีมาน การศรัทธาของเขาอ่อนแอนั่นเอง...