ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ใครว่าซอฟัรไม่ใช่เดือนแห่งลางร้าย ?(โดย. อ.ดาวู๊ด รอมาน )


 

ใครว่าซอฟัรไม่ใช่เดือนแห่งลางร้าย ?
โดย. อ.ดาวู๊ด รอมาน อิมามมัสญิดอัรเราะหฺมาน ชะไว ไชโย อ่างทอง อาจารย์โรงรียนศาสนวิทยา หนองจอกก กรุงเทพฯ วิทยากรชมรมอัสสะละฟียูน บ้านป่า สวนหลวง
"""""" 
بسماللهالرحمنالرحيم،الحمدللهربالعالمين، والصلاةوالسلامعلىرسولالله،أمابعد .
เดือนซอฟัร เป็นเดือนแห่งอัปมงคล ซึ่งเป็นความเชื่อที่ยังมีให้เห็นกันอยู่ ดังนั้น เพื่อขจัดมันให้พ้นไป และเพื่อชีวิตที่ปลอดภัย จึงมีการกระทำสิ่งต่อไปนี้:-
๑.ทำน้ำซอฟัร ในวันพุธสุดท้ายของเดือน  โดยรวบรวมโองการอัลกุรอานที่เรียกว่า .  “อายาตสลามทั้งเจ็ดที่มีต่อบรรดานบี” เช่น.
  "سَلَامٌعَلَىنُوحٍفِيالْعَالَمِينَ" الصافات 79
“ความศานติจงมีแด่นูฮ์ในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย”(๑).
คำว่าสลาม  سَلاَمُ แปลว่า“ความสันติสุขความปลอดภัย”  เพื่อนำมาเขียนลงบนภาชนะต่างๆ แล้วนำภาชนะเหล่านั้นไปล้างน้ำ  น้ำนั้นจะถูกเรียกว่า “น้ำซอฟัร”  สรรพคุณคือ ใช้ดื่ม ใช้อาบ เพื่อขจัดอัปมงคล เภทภัยและเพื่อได้รับความจำเริญ
๒.ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า”ในหนึ่งปีมีอยู่หนึ่งวันคือวันพุธสุดท้ายของเดือนซอฟัรจะมีภัยพิบัติจำนวน ๓๒๐,๐๐๐(สามแสนสองหมื่น)ลงมาในวันนั้น ดังนั้นใครที่ละหมาดสี่รอกอัตในวันนั้นโดยที่แต่ละรอกอัตอ่านฟาตีฮะฮ. ๑ จบ ซูเราะฮ์เกาซัร  ๑๗ จบ ซูเราะฮ์อิคลาส ๕๐ จบ อัลมุเอาวิซะตัยนิ ๑จบ หลังสลามให้ดุอาอฺ อัลลอฮฺจะทรงปกปักรักษาให้พ้นจากภัยพิบัติต่างๆที่จะลงมาในวันนั้น    
                หลักการของศาสนาอิสลาม ในเรื่องโชคลาง ฏียะเราะฮฺ
ที่มาของคำว่าฏียะเราะฮฺ             
 - ภาษาอาหรับใช้ว่า “ฏียะเราะฮฺ”طِيَرَةٌ ً มาจากคำว่า تَطَيَّرَ  แปลว่า “ทำให้บิน” เพราะชาวอาหรับจะเสี่ยงโชคลางโดยการใช้นกเป็นตัวกำหนด  ด้วยการไล่นกให้บินออกไปแล้วจะคอยดูว่านกจะบินไปทางทิศใด  หากว่าบินไปทางขวาอันเป็นทิศที่ดีก็จะเริ่มปฏิบัติงานตามที่ตั้งใจไว้เพราะลางดี  แต่ถ้าหากว่าบินไปทางซ้ายหรือทางที่ไม่ดีก็จะไม่ปฏิบัติงานเพราะลางร้าย
 - ความหมายด้านวิชาการ  หมายถึง  การเชื่อถือลางร้ายที่มาจากนก ชื่อ ถ้อยคำ สถานที่ วัน เวลา ตัวบุคคลและอื่นๆ
กล่าวคือ การที่คนหนึ่งตั้งใจที่จะปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นงานศาสนา หรืองานทั่วๆไป  แล้วก็ได้เห็น หรือได้ยินการทำนายทายทักเช่น ดูฤกษ์ยามดีแล้วหรือ ? ซึ่งเป็นเหตุทำให้เขาตกอยู่ในหนึ่งในสองสภาพต่อไปนี้ คือ .
- สภาพที่หนึ่ง  ยุติการปฏิบัติงานที่ได้ตั้งใจไว้  เพราะเชื่อตามคำทำนายทายทักเชื่อถือฤกษ์ยาม   ซึ่งชี้ว่า เป็นหัวใจที่ไม่ได้เชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺ  และไม่มีการตะวักกุล (มอบหมาย)ต่ออัลลอฮฺ.
   - สภาพที่สอง   ไม่ยุติการปฏิบัติงานที่ตั้งใจไว้  แต่ว่า เกิดความไม่สบายใจ เมื่อปฏิบัติงาน เพราะหัวใจยังเป็นกังวลว่า อาจจะเกิดอันตรายขึ้นเมื่อใดก็ได้  เพราะไม่ได้ทำตามคำทำนายทายทักไม่ได้ดูฤกษ์ยาม. 
ดังนั้น จำเป็นแก่ผู้ที่ตกอยู่ในสองสภาพดังกล่าว ต้องพยายามขจัดความเชื่อที่ผิดให้หมดไปจากหัวใจ  โดยจะต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ มอบหมายกับพระองค์ และดำเนินงานต่อไป  และให้กล่าวถ้อยคำดังนี้ว่า .
"اَللَّهُمَّلاَيَأْتِيْبِالْحَسَنَاتِإِلاَّأَنْتَ،وَلاَيَدْفَعُالسَّيِّئاَتِإِلاَّأَنْتَ،وَلاَحَوْلَولاَقُوَّةَإِلاَّبِكَ"
“โอ้ อัลลอฮฺ  ไม่มีสิ่งใดนำความดีมาได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ไม่มีสิ่งใดขจัดความเลวร้ายได้นอกจากพระองค์เท่านั้น และไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากพลังอำนาจของพระองค์เท่านั้น” . ( ๒ ) .
การเชื่อถือโชคลางฤกษ์ยาม เป็นความเชื่อของประชาชาติกาเฟร เช่นฟาโรห์กับพวกพ้องเชื่อว่า นบีมูซา และพรรคพวกเป็นลางบอกว่า เหตุร้ายจะมาประสบแก่พวกเขา ดังที่อัลลอฮฺกล่าวว่า.
فَإِذَاجَاءَتْهُمُالْحَسَنَةُقَالُوالَنَاهَذِهِوَإِنْتُصِبْهُمْسَيِّئَةٌيَطَّيَّرُوابِمُوسَىوَمَنْمَعَهُأَلَاإِنَّمَاطَائِرُهُمْعِنْدَاللَّهِوَلَكِنَّأَكْثَرَهُمْلَايَعْلَمُونَ  الأعراف131
“ครั้นเมื่อความดีมายังพวกเขา  พวกเขาก็กล่าวว่า นี่คือสิทธิของเรา  และหากความชั่วใดๆมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็ถือเอานบีมูซาและผู้ที่อยู่ร่วมเป็นลางร้าย(การมาของนบีมูซาเป็นลางร้าย  ทำให้พวกเขาได้รับความแห้งแล้งและอื่นๆอีก) พึงรู้เถิดว่า  ที่จริงลางร้ายของพวกเขานั้นอยู่ที่อัลลอฮฺต่างหาก  แต่ทว่าส่วนมากของพวกเขาไม่รู้” (๓) .
ผู้คนยุคนบีซอและฮฺ อัซฮาบุลก็อรยะฮฺ อัลลอฮฺกล่าวว่า.
"  قَالُواطَائِرُكُمْمَعَكُمْ".  يس 19
“พวกเขา (บรรดาฑูต) กล่าวว่า  ลางร้ายของพวกท่านอยู่กับพวกท่านนั่นเอง”. (๔) .
และมุชริกีนยุคนบีมุฮัมมัดซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม   พวกเขาเชื่อว่าการมาของบรรดารอซูลของอัลลอฮฺและบรรดาผู้ศรัทธาเป็นลางร้ายที่ทำให้พวกเขาไดัรับความหายนะ   อัลลอฮฺ กล่าวว่า.
"وَإِنْتُصِبْهُمْسَيِّئَةٌيَقُولُواهَذِهِمِنْعِنْدِكَقُلْكُلٌّمِنْعِنْدِاللَّهِ" . النساء 79
 “และหากมีความดีใดๆมาประสบแก่พวกเขา  พวกเขาก็จะกล่าว่าสิ่งนี้มาจากอัลลอฮฺ  และหากมีความชั่วใดๆมาประสบแก่พวกเขา  พวกเขาก็จะกล่าวว่า  สิ่งนี้มาจากเจ้า(มุฮัมมัด)  จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ทุกอย่างนั้นมาจากอัลลอฮฺทั้งสิ้น” (๕ )  
               การเชื่อถือโชคลางเป็นการทำชิริกต่ออัลลอฮฺ  เพราะเป็นการเอาหัวใจไปผูกพันต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ,และการเชื่อมั่นว่าที่ประสบกับอันตรายก็เพราะสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺเป็นเหตุ  ทั้งที่มันให้คุณให้โทษก็ไม่ได้และเป็นการตัดขาดการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ  ท่านรอซูลุลลอฮิ ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า...
"لاَعَدْوَى،وَلاَطِيَرَةَ،وَلاَهَامَةَ،وَلاَصَفَرَ".  رواهالشيخان
“ไม่มีโรคระบาด ไม่มีลางร้าย ไม่มีนกฮูก และไม่มีเดือนซอฟัร”  (๖ )
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ได้ปฏิเสธสี่ประการทีไม่มีอำนาจหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆในการทำลายล้าง  กล่าวคือ  โรคระบาดไม่มีอำนาจทำร้ายผู้ใดได้,ลางร้ายต่างๆไม่มีอำนาจสร้างความหายนะให้เกิดขึ้นได้,นกกลางคืนเช่น  นกฮูก นกเค้าแมว และนกแสด ไม่ได้เป็นลางร้ายและมันไม่มีอำนาจให้เกิดความหายนะ,และเดือนซอฟัรไม่ได้เป็นเดือนอัปมงคลหรือเดือนแห่งบาลออฺ(ภัยพิบัติ)  หากแต่เป็นเดือนปกติที่เหมือนกับเดือนอื่นๆ   ดังนั้นจงดำเนินชีวิตตามปกติโดยที่จะต้องไม่เชื่อถือเรื่องฤกษ์ยามหรือโชคลางซึ่งเป็นการทำชิริกต่ออัลลอฮฺ  และต้องไม่กระทำการใดๆที่เป็นการสะเดาะเคราะห์หรือขจัดปัดเป่าภัยพิบัติด้วยวิธีการที่เป็นบิดอะฮฺ  เช่นการทำน้ำซอฟัร การละหมาด(ขจัดบาลอ)
คำชี้ขาดของคณะกรรมการถาวร เพื่อการค้นคว้าด้านวิชาการ และชี้ขาดปัญหาศาสนา  ราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย
กฎเกณฑ์ของการปฏิบัติศาสนกิจในวันพุธสุดท้ายของเดือนซอฟัร
ถาม มีปราชญ์บางท่านในประเทศของเราเชื่อว่า ในศาสนาอิสลามมีซุนนะฮฺ ให้ละหมาดในวันพุธสุดท้ายของเดือนซอฟัรในช่วงเวลาละหมาดดุฮา มีสี่รอกอัตหนึ่งสลามในแต่ละรอกอัตอ่านฟาตีฮะฮ. ๑ จบ ซูเราะฮ์เกาซัร  ๑๗ จบ ซูเราะฮ์อิคลาส ๕๐  จบ อัลมุเอาวิซะตัยนิ ๑จบ หลังสลามให้อ่านซูเราะฮ์ยูซุฟอายะฮ์ที่๒๑ .
"وَاللَّهُغَالِبٌعَلَىأَمْرِهِوَلَكِنَّأَكْثَرَالنَّاسِلاَيَعْلَمُونَ".
“และพระองค์ทรงเป็นผู้พิชิตในกิจการของพระองค์ แต่ว่า ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่รู้
๓๖๐ ครั้ง อ่านเญาฮัรอัลกะมาล ๓ ครั้ง ปิดท้ายด้วย
سُبْحَانَرَبِّكَرَبِّالْعِزَّةِعَمَّايَصِفُوْنَوَسَلاَمٌعَلَىالْمُرْسَلِيْنَوَالْحَمْدُللهِرَبِّالْعَالَمِيْنَ
และให้ทำซอดาเกาะฮ์เป็นขนมปังให้แก่คนยากจน การเจาะจงอ่านอายะฮ์นั้นก็เพื่อเป็นการปกป้องภัยพิบัติที่จะลงมาในวันพุธสุดท้ายของเดือนซอฟัร  พวกเขามีคำกล่าวอีกว่า ในทุกปีมีอยู่หนึ่งวันคือวันพุธสุดท้ายของเดือนซอฟัรจะมีภัยพิบัติจำนวน ๓๒๐,๐๐๐ (สามแสนสองหมื่น)ลงมาในวันนั้น มันเป็นวันที่สุดแสนลำบาก ใครที่ละหมาดตามวิธีการดังกล่าวอัลลอฮฺจะทรงปกปักรักษาเขาด้วยเกียรติยศของพระองค์ให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งหมดที่จะลงมาในวันนั้น  ดังกล่าวนี้เป็นที่อนุมัติหรือไม่?  
ตอบ  การกระทำดังกล่าวในคำถามนั้น เราไม่พบรากฐานทั้งจากอัลกุรอ่าน และอัซซุนนะฮฺ และเราไม่ได้รับการยืนยันจากคนหนึ่งคนใดทั้งชาวซลัฟ และคอลัฟว่าได้กระทำสิ่งดังกล่าว  แต่ว่ามันเป็นบิดอะฮฺที่น่าเกลียด มีรายงานว่าท่านรอซูลุลลอฮิซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า .             
"مَنْعَمِلَعَمَلاًلَيْسَعَلَيِهِأَمْرُنَافَهُوَرَدٌّ"
“ผู้ใดที่ปฏิบัติงานหนึ่งที่ไม่ใช่กิจการของเรา ถือว่าเป็นโมฆะ”
"مَنْ أَحْدَثَ فِي أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ مِنْهُ فَهُوَ رَدٌّ"
“ผู้ใดที่ประดิษฐ์สิ่งใหม่ในกิจการของเราที่ไม่ใช่กิจการของเราถือว่าเป็นโมฆะ”
ดังนั้น ใครที่อ้างว่าการละหมาดและสิ่งที่ถูกกล่าวว่า มาจากท่านบีซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หรือคนหนึ่งคนใดจากบรรดาซอฮาบะฮ์  ถือว่า เป็นการโกหกที่ยิ่งใหญ่และสมควรที่จะต้องถูกลงโทษจากอัลลอฮฺโทษฐานเป็นผู้โกหก (๗) .
วะบิลลาฮิตเตาฟีก วะซอลลัลลอฮุอะลานบียินามุฮัมมัดวะอะลาอาลิฮีวะเซาะฮฺบิฮีวะซัลลัม .
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
(๑)   อัซซอฟฟาต  / ๗๖
( ๒) บันทึกโดย อบูดาวู๊ด,อิบนุซซุนนี,และบัยหะกียฺ เป็นฮะดีสมุรซัล จากอิบนิอับบ๊าส
(๓) อัลอะอฺรอฟ / ๑๓๑
(๔) ยาซีน / ๑๙
(๕ )  อันนิซาอฺ / ๗๙
(๖) บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิมเป็นฮะดีสซอเฮี้ยฮ 
(๗) คำถามที่๔ จากฟัตวาเลขที่ ๑๖๑๙ คณะกรรมการถาวร เพื่อการค้นคว้าด้านวิชาการ และชี้ขาดปัญหาศาสนา  เชคอับดุลอะซีซ อิบนอับดุลลอฮฺอิบนบ๊าซ  เชคอับดุรรอซ๊ากอะฟีฟี้  เชคอับดุลลอฮฺอิบนฆุดัยยาน  เชคอับดุลลอฮฺอิบนกุอู๊ด .