ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ซูเราะฮวัฎฎุฮา ซูเราะฮฺแห่งนครมักกะฮฺ(ถอดความเสนอ. ม.ดอนฉิมพลี)


 

ซูเราะฮวัฎฎุฮา/บทขอสาบานด้วยยามเช้า
ซูเราะฮฺแห่งนครมักกะฮฺ
โดย.ไชยคฺอับดุรเราะหฺมาน อิบนุ นาศิร อัสซะอฺดียฺ ซาอูดิอารเบีย
ถอดความเสนอ. ม.ดอนฉิมพลี
 
********
 
"بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ* وَالضُّحَى* وَاللَّيْلِ إِذَاسَجَى *مَاوَدَّعَكَ رَبُّكَ وَمَاقَلَى*
 
وَلَلآخِرَةُ خَيْرٌلَكَ مِنَ الأُوْلَى *وَلَسَوْفَ يُعْطِيْكَ رَبُّكَ فَتَرْضَى*
 
 أَلَمْ يَجِدْ كَ يَتِيْمًافَآوَى *وَوَجَدَكَ ضَالاًفَهَدَى *وَوَجَدَكَ عَائِلاً فَأَغْنَى*
 
 فَأَمَّاالْيَتِيْمَ فَلاَتَقْهَرْ* وَأَمَّاالسَّائِلَ فَلاَتَنْهَرْ* وَأَمَّا بِنِعْمَةْ رَبِّكَ فَحَدِّثْ*
 
".(الضحى/1-11)
 
คำแปล.
 
“ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเอ็นดูเมตา ผู้ทรงกรุณาปรานีเสมอ ขอสาบานด้วยยามเช้า(ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น)และเวลาค่ำคืน เมื่อมันหยุดนิ่ง พระผู้เป็นเจ้าของเจ้านั้น ไม่ได้ทรงทอดทิ้งเจ้า และไม่ได้โกรธเกลียด และสภาพหลังนั้น มันดีแก่เจ้ามากไปกว่าสภาพแรก และพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าจะทรงให้เจ้า แล้วเจ้าก็จะพอใจ พระองค์มิได้ทรงพบเจ้า เป็นเด็กกำพร้า แล้วพระองค์ได้ทรงให้มีที่พักพิงดอกหรือและทรงพบเจ้าเหม่อลอย แล้วทรงนำทางหรือ และทรงพบเจ้าเป็นผู้ยากจน แล้วทรงทำให้เจ้าเป็นผู้มั่งมีดอกหรือ ส่วนเด็กกำพร้า เจ้าก็อย่าได้ข่มเหงและผู้ขอ เจ้าก็อย่าได้ตะครอก และความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า เจ้าก็จงนำมากล่าวถึง”.(อัฎฎุฮา/1-11) .
 
คำอธิบาย.
 
พระองค์ ตะอาลาได้ทรงสาบานด้วยเวลากลางวัน เมื่อการส่องแสงของมันได้กระจายไปทั่ว ในยามเช้า และเวลากลางคืน เมื่อมันหยุดนิ่ง และความมืดมิดของมันได้แผ่คลุมไปทั่ว ต่อการเอาใจใส่ของอัลลอฮฺในร่อซูล (ทูต) ของพรองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยวะซัลลัม โดยที่พระองค์ได้ตรัสว่า“มาวัดดะอะกะร็อบบุ/พระผู้เป็นจ้าของเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า” คือ ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า ตั้งแต่พระองค์ได้ทรงเอาใจใส่ต่อเจ้า และพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า ไม่ได้ทรงปล่อยปละละเลยเจ้า ตั้งแต่พระองค์ได้ทรงดูแล เลี้ยงดูเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังคงเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดีที่สุด และได้ทรงให้เจ้ามีตำแหน่งสูงขึ้นโดยลำดับ .
 
“วะมาก็ลา/และมิได้ทรงโกรธเกลียดเจ้า”ไม่ได้ทรงโกรธเกลียดเจ้า ตั้งแต่ที่พระได้ทรงรักเจ้า แท้จริง การปฏิเสธสิ่งตรงข้าม มันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงการมีของสิ่งตรงข้าม และการปฏิเสธโดยสิ้นเชิง จะไม่เป็นการชม นอกจากเมื่อมันประมวลไว้ซึ่งการมีความสมบูรณ์ ซึ่งอันนี้ เป็นสภาพของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ผ่านมา และในปัจจุบันนี้ เป็นสภาพที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ความรักของอัลลอฮฺที่มีต่อท่าน การมีไปตลอด การสูงขึ้นไปสู่ระดับแห่งความสมบูรณ์ และเอาใจใส่ของอัลลอฮฺที่มีต่อท่าน .
 
ส่วนสภาขอองท่านในอนาคต พระองค์ได้ทรงกล่าวว่า“และสภาพหลังของเจ้านั้น มันดีสำหรับเจ้า มากกว่าสภาพแรก” คือ ทุกสภาพที่จะมาในตอนหลังจากสภาพต่างๆ ของท่าน มันจะดีกว่าสภาพที่ผ่านมา .
 
ท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังคงขึ้นสู่ขั้นต่างๆ แห่งความสูงส่ง อัลลอฮฺทรงให้ทรงทำให้เกิดความมั่นคงแก่ท่าน ซึ่งศาสนาของท่าน ให้ท่านได้รับชัยชนเหนือเหล่าศัตรูของท่าน และทำให้สภาพต่างๆ ของท่านคงเส้นคงวา จนกระทั่งท่านได้จากลาโลกนี้ไป ท่านได้ไปถึงสภาพที่บรรดาผู้ที่มาก่อน และบรรดาผู้ที่มาหลัง ไม่สามารถที่จะไปถึงได้ จากความประเสริฐ ความดีงามต่างๆ ขวัญตา และความปลาปลื้มของหัวใจ .
 
หลังจากนั้น จะไม่มีการถามถึงสภาพของท่านในโลกหน้า จากรายละเอียดต่างๆ ถึงการยกย่องให้เกียรติ และการประทานสิ่งนานาชนิด และด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้ทรงตรัสว่า“วะละเซาฟะยุอฺฏีกะร็อบบุกกะฟะตัรฏอ/ และพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าจะทรงให้แก่เจ้า แล้วเจ้าจะพอใจ” และอันนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้ ด้วยสิ่งที่นอกเหนือไปจากถ้อยคำที่รวม ที่ประมวลไว้ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง .
 
หลังจากนั้น พระองค์ได้ทรงพูดถึงความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อท่าน ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงแจ้งให้ท่านได้ทราบ เกี่ยวกับสภาพเฉพาะต่างๆ ของท่าน โดยที่พระองค์ได้ตรัสว่า. “อะลัมยะญิดกะยะตีมันฟะอาวา/พระองค์มิได้ทรงพบเจ้าเป็นเด็กกำพร้า แล้วพระองค์ได้ทรงให้มีที่พักพิงดอกหรือ ?” คือ ทรงพบท่านไม่มีมารดา ไม่มีบิดา ยิ่งไปกว่านั้น บิดาของท่าน และมารดาของท่านได้เสียชีวิต ในขณะที่ท่านยังไม่สามารถที่จะดูแล จัดการแก่ตัวของท่านได้ แล้วอัลลออฮฺก็ได้ทรงให้ท่านมีที่พักพิง ปู่ของท่านชื่ออับดุลมุฏฏ็ลิบได้ทำหน้าที่เลี้ยงดูท่าน หลังจากนั้น เมื่อปู่ของท่านได้เสียชีวิต อัลลอฮฺก็ได้ทรงให้ลุงของท่าน ชื่ออบูฏอลิบ ทำหน้าที่เลี้ยงดูท่าน จนกระทั่งพระองค์ได้ทรงสนับสนุนท่านด้วยการให้ได้รับชัยชนะของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธา .
 
“และได้ทรงพบเจ้าเหม่อลอย แล้วพระองค์ได้ทรงนำทางหรือ” คือ พบเจ้าในขณะที่เจ้าไม่รู้ว่า คัมภีร์ (กิต๊าบ) คือ อะไร ตลอดจนการศรัทธา (อีมาน) คือ อะไร แล้วพระองค์ได้ทรงสอนเจ้าในสิ่งที่เจ้าไม่รู้ และทรงให้เจ้าได้รับความสำเร็จ ในการงาน และมารยาทที่ดีงามต่าง ๆ .
 
 “วะวะญะดะกะอาอิลัน/และทรงพบเจ้าเป็นผู้ยากจน” คือ ยากไร้“ฟะอัฆนา/แล้วทรงทำให้เจ้าเป็นผู้มั่งมีดอกหรือ” ด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงเปิดให้แก่ท่านจากบ้านเมืองต่างๆ ที่ทรัพย์สินต่างๆ รายได้ต่าง ๆของมันได้ถูกนำมาให้เจ้า .
 
ดังนั้น ผู้ที่ได้ขจัดสิ่งบกพร่องต่างๆ เหล่านี้ ออกไปให้หมดจากเจ้า จะทรงขจัดสิ่งที่บกพร่องต่างๆให้หมดไปจากเจ้า ผู้ที่ได้ทรงให้เจ้าได้ไปถึงความมั่งมี ให้ที่พักพิงแก่เจ้า ช่วยเหลือเจ้า และนำทางเจ้า เจ้าก็จงตอบแทนความโปรดปรานของพรองค์ด้วยการขอบคุณ .
 
และด้วยเหตุนี้ พระองค์ได้ตรัสว่า”ฟะอัมมัลยะตีมะฟะลาตักฮัร/ส่วนเด็กกำพร้านั้นเจ้าก็อย่าได้ตระคอก” คือ เจ้าอย่าได้ปฏิบัติด้วยการกระทำที่ไม่ดีต่อเด็กกำพร้า อย่าเป็นผู้มีใจแคบต่อเขา อย่าได้ตะครอกเขา หากแต่จงให้เกียรติแก่เขา จงให้เขาเท่าที่จะให้ได้ จงปฏิบัติต่อเขา เหมือนกับที่ท่านชอบที่จะให้มีการปฏิบัติ ต่อลูกของท่าน หลังจากที่ท่านไม่อยู่แล้ว .
 
“วะอัมมัสซาอิละฟะลาตันฮัร/ และผู้ขอเจ้าก็อย่าได้ตะคอก” คือ อย่าได้ให้มีคำพูดใด ๆ ในการไม่ตอบสนองสิ่งที่เขาต้องการ ด้วยตะคอก  และการใช้มารยาทที่เลวร้าย หากแต่เจ้าจงให้เขา เท่าที่เจ้าจะให้ได้ หรือตอบเขาด้วยดี .
 
และอันนี้ ผู้ที่ขอเงินทอง และผู้ที่ขอความรู้ จะเข้าอยู่ แล้วเหตุนี้ผู้มีความรู้ เป็นผู้ที่ถูกใช้ให้เป็นคนที่มีมารยาทดีกับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้ ปฏิบัติต่อเขา ด้วยการยกย่องให้เกียรติ และแสดงความรักต่อเขา เพราะอันนั้น เป็นสิ่งที่จะช่วยเหลือเขาในการที่จะให้ไปถึงเป้าหมายของเขา และการให้เกียรติแก่ผู้ที่ใช้ความอุตสาหะในการทำประโยชน์ให้แก่บรรดาบ่าว และประเทศชาติ .
 
“วะอัมมาบิเนี๊ยะอฺมะติร็อบบิกะฟะหั๊ดดิษ/ และความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า” ซึ่งอันนี้ จะประมวลไว้ซึ่งความโปรดปรานทางด้านศาสนา และทางด้านโลกนี้ ”ฟะหัดดิษ/เจ้าก็จงนำมากล่าวถึง” เจ้าก็จงใช้ทำการสรรเสริญอัลลอฮฺ และกล่าวถึงเป็นพิเศษ หากมีสิ่งที่มีผลดี เกิดขึ้น .
 
หาไม่แล้ว เจ้าก็จงนำเอาความโปรดปรานต่าง ๆ มากล่าวถึง โดยตลอดไป เพราะว่า การนำเอาความโปรดปรานของอัลลอฮฺมากล่าวถึงนั้น มันเป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งการขอบคุณ ในความโปรดปรานดังกล่าว และเป็นสิ่งที่จะทำให้หัวใจต่างๆ เกิดความรักผู้ที่อัลลอฮฺได้ประทานความโปรดปรานมาให้ เพราะว่า หัวใจนั้น มันถูสร้างขึ้นมาบนการรักผู้ที่ให้สิ่งที่ดี ...