ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ส่งเสริมให้ไปเยี่ยมมัสญิดนบียฺ ศ็อลฯ (ถอดความเสนอ.ม.ดอนฉิมพลี)


 

ส่งเสริมให้ไปเยี่ยมมัสญิดนบียฺ ศ็อลฯ
เรียบเรียงโดย.ฟะฎีละตุชไชยคฺอับดุลอะซี๊ซ อิบนุ อับดิลลาฮฺ อิบนุ หะซัน อาลุชไชยคฺ ซาอูดิอารเบีย
ถอดความเสนอ.ม.ดอนฉิมพลี
 
***********
 
ผู้ไปประกอบพิธีหัจญฺจำนวนมาก หวังในการเดินทางไปยังนครมะดีนะฮฺ ที่จะไปเยี่ยมมุสญิดนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งมีรายการส่งเสริมจากท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้กระทำการดังกล่าวว่า.
 
"صَلاَةٌ فِي مَسْجِدِي هَذَا خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ صَلاَةٍ فِيْمَاسِوَاهُ إِلاَّ الْمَسْجِدَ الْحَرَامَ".
 
“การละหมาดที่มัสญิดของฉันนี้ ดีกว่าการละหมาดที่มัสญิดอื่น จำนวนหนึ่งพันละหมาด นอกจากมัสญิดหะรอม”.
 
ดังนั้น การไปเยี่ยมมัสญิดนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัมเพื่อการละหมาดที่นั่น เป็นสิ่งที่ได้รับการเห็นชอบ สนับสนุน ดังนั้น การมุ่งหน้าไป ในการเยี่ยมเยียน และนำพาพาหนะไปยังนครมะดีนะฮฺนั้น คือ มัสญิดนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
 
ส่วนกุโบรฺของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ไม่อนุญาตให้มุ่งหน้าไปเพียงอย่างเดียว ในการเดินทาง และพาพาหนะไป เพราะว่า ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ได้ห้ามเราไม่ให้กระทำการดังกล่าว เหมือนกับที่ได้ห้ามเราไม่ให้ยึดเอากุโบรฺของท่านมาเป็นสถานที่รื่นเริง และไปเยี่ยมเยียนในเวลาจำกัด ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า.
 
"لاَتُشَدُّ الرِّحَالُ إِلاَّ إِلَى ثَلاَثَةِ مَسَاجِدَ: المَسْجِدِالْحَرَامِ وَمَسْجِدِي هَذَا وَالْمَسْجِدِ الأَقْصَى".
 
“ไม่มีการนำพาพาหนะ (เดินทาง) ไป นอกจากยังสามมัสญิเท่านั้น: มัสญิดหะรอม มัสญิดของฉันนี้ (นบียฺฯ) และมัสญิดอั๊กซอ”.
 
มีรายงานจากท่านอลียฺ อิบนุ หุไซยนฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งมาที่รูที่มีอยู่ที่กุโบรฺของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วเข้าไป และขอดุอาอฺ ท่านก็ห้ามเขา และกล่าวว่า ฉันจะเล่าหะดี้ษรายงานจากบิดาของฉัน จากปู่ของฉัน จากท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม ให้ท่านฟังเอาไหม ? คือ ท่าน กล่าวไว้ว่า.
 
"لاَتَتَّخِذُواْقَبْرِي عِيْدًا وَلاَبَيُوْتَكُمْ قُبُوْرًا وَصَلُّواْ عَلَيَّ ، فَإِنَّ صَلاَتَكُمْ تَبْلُعُنِي حَيْثُ كُنْتُمْ".
 
“ท่านทั้งหลาย อย่าได้ยึดเอากุโบรฺของฉัน มาเป็นสถานที่รื่นเริง อย่าได้ยึดเอาบ้านของท่านทั้งหลาย มาเป็นกุโบรฺ และท่านทั้งหลายจงเศาะละว๊าตแก่ฉัน เพราะว่า การเศาะละว๊าตของท่านทั้งหลายจะไปถึงฉัน ไม่ว่า ท่านทั้งหลายจะอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม”.
 
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ห้ามเราด้วยหะดี้ษนี้ ไม่ให้นำเอากุโบรฺของท่านมาเป็นสถานที่รื่นเริง โดยจะไปที่นั่น ในเวลาเฉพาะ เช่นเดือนร่อญับ เป็นต้น ในขณะที่อัลลอฮฺได้ทรงเจาะจงนบียฺของพระองค์ โดยไม่ได้เจาะจงผู้อื่น ด้วยการเศาะละว๊า-ตของผู้ทำการเศาะละว๊าต และให้สลามแก่ท่าน ว่า จะไปถึงท่าน ถึงแม้ว่า ผู้ให้สลามจะไม่ได้อยู่ที่กุโบรฺของท่าน หรือที่มะดีนะฮฺก็ตาม ท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า.
 
"وَصَلُّواْ عَلَيَّ فَإِنَّ صَلاَتَكُمْ تَبْلُغُنِي حَيْثُ كُنْتُمْ".
 
“และท่านทั้งหลายจงเศาะละว๊าตแก่ฉัน เพราะว่า การเศาะลาว๊าตของท่านทั้งหลายจะไปถึงฉัน ไม่ว่า ท่านทั้งหลายจะอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม”.
 
ด้วยประการเช่นนี้ การไปเยี่ยมกุโบรฺนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็มิได้เป็นสิ่งที่จำเป็น (วาญิบ) และส่วนที่จะขาดเสียไม่ได้ ในการประกอบพิธีหัจญฺแต่ประการใด เหมือนกับที่บางคนนึกคิดไป ในขณะที่หะดี้ษต่างๆ เกี่ยวกับไปเยี่ยมกุโบรฺนบียฺฯ ติดหูพวกผู้คนทั่วไป จนกระทั่งพวกเขาคิกไปว่า มันเป็นหะดี้ษที่ถูกต้อง ซึ่งพวกเขาต้องฟันผ่าอุปสรรคอย่างมาก ในการไปเยี่ยมเยียน และคิดไปว่า การไปเยี่ยมเยียนนครมะดีนะฮฺ เป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ในการประกอบพิธีหัจญฺ ในหะดี้ษต่างๆ ที่เป็นที่แพร่หลาย ที่ถูกโกหกให้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม คือ
 
"مَنْ زَارَنِي بَعْدَ مَوْتِي فَكَأَنَّمَا زَارَنِي فِي حَيَاتِي".
 
“ใครที่ไปเยี่ยมเยียนฉัน หลังจากที่ฉันได้ตายไปแล้ว ก็เท่ากับว่า เขาได้ไปเยี่ยมเยียนฉัน ในขณะที่ฉันยังมีชีวิตอยู่”.
 
"مَنْ زَارَ قَبْرِي وَجَبَتْ لَهُ شَفَاعَتِي".
 
“ใครได้ไปเยี่ยมเยียนกุโบรฺของฉัน การไถ่โทษของจะเกิดขึ้นแก่เขาอย่างแน่นอน”.
 
"مَنْ حَجَّ وَلَمْ يَزُرْنِي فَقَدْجَفَانِي".
 
“ใครที่ไปประกอบพิธีหัจญฺ แล้วไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนฉัน ก็เท่ากับว่า เขาได้ห่างเหินฉัน”.
 
และอื่นๆ ที่ไม่มีการรายงานที่ถูกต้องมาจากท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และบรรดาผู้รู้ได้จัดให้อยู่ในหะดี้ษต่างๆ ที่ถูกกุขึ้น
 
ดังนั้น จึงจำเป็นต่อผู้ที่ต้องการจะไปเยี่ยมเยียน ที่จะต้องมุ่งหน้าสู่มัสญิดนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการเยี่ยมเยียนของเขา หลังจากนั้น ก็ละหมาด เท่าที่สามารถจะกระทำได้ และให้สลามแก่ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หากเขาต้องการ ด้วยการมีมารยาท การยกย่อง และไม่ใช้เสียงดัง หากมีการใช้เสียงดัง ในการให้สลาม ใช้เสียงรบกวน ก็ไม่ถือว่า อยู่ในมารยาทที่พึงประสงค์ ณ ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซะลัม หลังจากนั้น ก็ไปให้สลามแก่สาวกทั้งสองของท่าน อบู บักรฺ และอุมัร ร่อฎิยัลลออฮุอันฮุมา หลังจากนั้น ก็เลิกราออกมา และไม่หันหน้าไปทางกุโบรฺ ในณะที่ขอดุอาอฺ และใครที่ไม่สามารที่จะไปเยี่ยมเยียนได้ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร การประกอบพิธีหัจญฺของเขาถือว่า สมบูรณ์ เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาแล้ว ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า อัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ไม่ได้กำหนด นอกจากไปประพิธีหัจญฺ ณ บ้านพระองค์ที่เป็นที่ต้องห้ามเท่านั้น .
 
ใครที่ได้ไปยังนครมะดีนะฮฺ ได้ละหมาดที่มัสญิดนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ชอบให้เขาได้ไปละหมาดที่มัสญิดกุบาอฺ ไปเยี่ยมกุโบรฺชาวบะเกี้ยอฺ ทุกคน และไม่บัญญัติให้ไปตามหามัสญิดต่างๆ ที่มีอยู่ที่นั่น ท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏ๊อบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ เห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ท่านก็ได้ถามขึ้นว่า ผู้คนเหล่านี้ไปไหนกัน พวกเขากล่าวว่า พวกเขาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ร่อซูลัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยละหมาดที่นั่น ท่านก็ได้พูดขึ้น โดยไม่ยอมรับการกระทำของพวกเขาว่า และสถานที่ที่ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ไปละหมาดที่นั่น ?!.
 
"تُرِيْدُوْنَ أَنْ تَتَّخِذُواْ آثَارَأَنْبِيَائِكُمْ مَسَاجِدَ إنَّمَاهَلَكَ مَنْ كَان قَبْلَكُمْ بِهَذَا".
 
“ท่านทั้งหลาย ต้องการที่ยึดเอาร่องรอยของบรรดานบียฺ ของท่านทั้งหลาย มาเป็นมัสญิด แท้ที่จริง บรรดาผู้มีมาก่อนหน้าท่านทั้งหลายประสบกับความหายนะ ด้วยการกระทำเช่นนี้”....