ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



อบูฮุรอยเราะฮ์ (โดย. อ.มุนีร มูหะหมัด)


อบูฮุรอยเราะฮ์

โดย. อ.มุนีร  มูหะหมัด  รองประธานมูลนิธิ ชี้นำสู่สันติสุข อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา ศาสนบริหารธุรกิจ หนองจอก กรุงเทพฯ และอีกหลายสถาบัน

**************************

            ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  มีชื่อจริงว่า  อับดุ๊รเราะห์มาน  อิบนุศ๊อคร์  อั๊ดเดาซีย์ 

ท่านได้รับฉายานามจากท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ว่า  อบูฮุรอยเราะฮ์ 

เนื่องจากว่า  ท่านได้เห็นอบูฮุรอยเราะฮ์อุ้มลูกแมวตัวหนึ่ง  จึงทำให้ประชาชนโดยทั่วไป

ได้เรียกท่านว่า  อบูฮุรอยเราะฮ์แทนชื่อของท่าน  ท่านสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเดาซ์ 

อิบนุ  อั๊ดนาน  จากเผ่าอัลอัซด์ .

            ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์เติบโตขึ้นมา  ในฐานะเด็กกำพร้าที่ยากจน  ต่อจากนั้นก็ได้เดินทางเข้ามายังเมืองมะดีนะฮ์  ได้พบกับท่านนบีย์  ขณะที่อยู่    ตำบลคอยบัร  จึงได้เข้านับถือศาสนาอิสลาม  ซึ่งตรงกับปี  ฮ.ศ.7  ท่านเป็นหัวหน้าของอะฮ์ลุ๊ศศุ๊ฟฟะฮ์ 

คำว่า  อั๊ศศู๊ฟฟะฮ์  หมายถึงชายคาที่บังร่มของมัสยิดนบีย์  ซึ่งบรรดาผู้สันโดษรักในการปฏิบัติอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์    มัสยิดนบีย์  โดยไม่ยุ่งกับโลกดุนยา  ได้ใช้เป็นที่พัก .

          ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  เป็นผู้ที่จดจำหะดี้ษของท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ไว้อย่างมากมาย  ท่านอิมามบุคอรีย์มุสลิม  และอั๊ตติรมิซีย์  ได้รายงานจาก

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  ว่าฉันได้กล่าวว่า.

"يَا رَسُوْلَ اللهِ ، أَسْمَعُ مِنْكَ أَشْيَاءَ فَلاَ أَحْفَظُهَا، فَقَالَ: أَبسطْ رِدَاءَك ، فَبَسَطْتُهُ، فَحَدَّثَنِي

حَدِيْثًا كَثِيْرًا ، فَمَانَسِيْتُ شَيْئاً".

“โอ้  ท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ฉันได้ฟังสิ่งต่างๆ  จากท่าน แต่ฉันจำไม่ได้เลย  ท่านร่อซู้ล  กล่าวว่า  ท่านจงกางผ้าของท่านออก  ฉันจึงกางผ้าของฉันออก  ท่านร่อซู้ลจึงได้บอกหะดี้ษแก่ฉันมากมาย  แล้วฉันมิได้ลืมสิ่งที่ท่านได้บอกแก่ฉันเลย”.

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  เป็นผู้ที่มีความสำรวม  ยำเกรงต่ออัลลอฮ์รักสันโดษ 

ขณะเดียวกันท่านก็มีอารมณ์ขัน  ชอบพูดตลก  ทุกครั้งที่ท่านเดินผ่านกลุ่มเด็กๆ  ท่านจะหยอกล้อพวกเขา  และทุกครั้งที่ท่านพบผู้คนในตลาด  ท่านจะเล่านิทานให้พวกฟัง  แต่ถ้าหากว่าท่านอยู่คนเดียว  ท่านจะละหมาดตะฮัจญุดเกือบจะตลอดคืน  โดยมีความนอบน้อม และมีสมาธิมั่นคง .

ในสมัยของเคาะลีฟะฮ์อุมัร  ท่านได้แต่งตั้งอบูฮุรอยเราะฮ์ให้เป็นผู้ว่าการบะห์เรน  ต่อมาก็ได้ปลดท่านออก  สาเหตุเกี่ยวกับการนี้  อาจจะเป็นไปว่า  ท่านอุมัรมีความเคร่งครัด  ในการรายงานหะดี้ษของท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และไม่ชอบให้ผู้ใดรายงานหะดี้ษ  โดยไม่มีความรอบคอบ  ท่านได้กล่าวกับท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ว่า .

“ท่านจะละทิ้งการรายงานหะดี้ษ  หรือว่าจะให้ฉันส่งท่านกับไปยังดินแดนของตระกูลเดาซ์”.

จนกระทั่งท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  ได้รายงานหะดี้ษของท่านร่อซู้ล 

ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ที่ว่า .

""مَنْ كَذَبَ عَلَيَّ مُتَعَمِّدًا، فَلْيَتَبَوَّأْ مَقَْعَدَهُ مِنَ النَارِ

“ผู้ใดเจตนาพาดพิงคำพูดแก่ฉันโดยเท็จ  เขาจงเอาเก้าอี้ของเขา จากนรกเถิด” .

            เมื่อท่านอุมัร  ได้ฟังเช่นนี้  จึงยอมรับการรายงานหะดี้ษของอบูฮุรอยเราะฮ์ 

และกล่าวว่า.

“ท่านจงออกไป  และรายงานหะดี้ษเถิด”.

เมื่อท่านอลีย์  อิบนุ  อบีฏอลิบ  ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์  ท่านต้องการจะให้

อบูฮุรอยเราะฮ์ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการบะห์เรนอีกครั้งหนึ่ง  แต่ท่านปฏิเสธ 

จนกระทั่งถึงสมัยของมุอาวียะฮ์  อิบนุอบีซุฟยาน 

จึงได้แต่งตั้งให้อบูฮุรอยเราะฮ์  เป็นผู้ปกครองเมืองมะดีนะฮ์ .

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  ได้แต่งงานกับนางบุศเราะฮ์  บินตุ  ฆ้อชวาน  และได้ใช้เวลาส่วนใหญ่  อยู่กับท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะฮิวะซัลลัม  ไม่ว่าท่านร่อซู้ลจะเดินทางไป 

  สถานที่ใด  หรือไปทำสงครามที่ไหน  ท่านมิได้ประกอบอาชีพอะไร  ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม  หรือค้าขาย  ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ท่านรายงานหะดี้ษจำนวน 5,374 

หะดี้ษ  ท่านกล่าวว่า .

 

"إِنِّي كُنْتُ مِسْكِيْنًا أُكْثِرُ مُجَالَسَةَ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، فَأَحْضُرُ إِدَاغَابُوْا

وَأَحْفَظُ إِدَانَسُوْا".

 

“แท้จริง  ฉันเป็นผู้มีความยากจน  ได้นั่งอยู่ร่วมกับท่านร่อซู้ล 

ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  มากที่สุด  ฉันได้ไปหาท่าน 

เมื่อพวกเขาไม่อยู่  และจดจำ  (คำพูดของท่านร่อซู้ล)  เมื่อพวกเขาหลงลืม”.

ท่านได้กล่าวสาบานว่า .

ขอสาบานด้วยอัลลอฮ์  ถ้าหากว่า  ไม่มีอายะฮ์นี้อยู่ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์แล้ว 

ฉันจะไม่เล่าหะดี้ษให้แก่พวกท่านอย่างเด็ดขาด” .

 

"إِنَّ الَّدِيْنَ يَكْتُمُونَ مَاأَنْزَلَ اللهُ مِنَ الْبَيِّنَاتِ وَالْْهُدَى مِنْ بَعْدِ مَابَيَّنَّاهُ لِلنَاسِ أُوْلَئِكَ يَلْعَنُهُمْ اللهُ

وَيَلْعَنُهُمُ الاََّعِنُوْنَ".

 

            “แท้จริง  บรรดาผู้ที่ปกปิดสิ่งที่เราได้ประทานลงมา  จากหลักฐานที่ชัดแจ้ง  และแนวทางที่ถูกต้อง  จากสิ่งที่เราได้แจ้งแก่บรรดามนุษย์  ไว้ในคัมภีร์  บุคคลเหล่านั้นแหละ  อัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกเขา  และบรรดาผู้สาปแช่งก็จะแช่งพวกเขาเช่นกัน”.  (อัลบะเกาะเราะฮ์:159) .

            การที่กะอบ์  อัลอะห์บ้าร  ซึ่งเป็นชาวยิว  ได้เข้านับถือศาสนาอิสลาม  และได้ทำตัวเป็นมุนาฟิก  รายงานหะดี้ษของท่านร่อซู้ล  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  มากมาย 

ซึ่งสร้างความสับสน  ให้กับบรรดามุสลิมเป็นอย่างมาก  จึงทำให้นักวิชาการบางคนมีความสงสัย ในการรายงานหะดี้ษ  ของอบูฮุรอยเราะฮ์  แต่ก็มันักวิชาการหลายท่าน  ได้ปกป้องท่าน  ท่านอิมามชาฟิอีย์  กล่าวว่า .

"أَبُوْهُرَيْرَةَ أَحْفَظُ مَنْ رَوَى الْحَدِيْثَ فِيْ دَهْرِهِ".

“อบูฮุรอยเราะฮ์  เป็นผู้ที่รายงานมากที่สุด  ในยุคของท่าน”.

ท่านอบูฮุรอยเราะฮ์  ได้รายงานหะดี้ษของท่านร่อซูลุ้ลลอฮ์  จากอบูบักร์  อุมัร  อุษมาน  อุไบยย์  อิบนุ  กะอบ์  อุซามะฮ์  อิบนุไซด์  นางอาอิชะฮ์  และอื่นๆ  ส่วนผู้ที่รายงานจากท่าน  มีจำนวนมากกว่า  800  คน  จากเศาะฮาบะฮ์  และตาบิอีน  ในบรรดาเศาะฮาบะฮ์  ได้แก่  ท่านอิบนุ   อับบ้าส  อิบนุ  อุมัร  ญาบิร  อิบนุ  อับดิลลาฮ์  ท่านอนัส  อิบนุ  มาลิก 

ในบรรดาตาบิอีน  ได้แก่  สะอี้ด  อิบนุ  มุไซยยิบ อิบนุ  ซีรีน   อิกรีมะฮ์  อะฏ้ออ์ 

มุญาฮิด  และอั๊ชชะอ์บีย์    เมืองมะดีนะฮ์ .

อบูฮุรอยเราะฮ์  ได้ถึงแก่กรรม  ในปี  ฮ.ศ.59  โดยอายได้  78ปี  บางท่านกล่าวว่า 

ถึงแก่กรรม  ในเมืองอัลญะดี้ด  และถูกฝัง    สุสานอัลบะเกี้ยฮ์ 

ชานเมืองมะดีนะฮ์...