ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



กระเทียม หัวหอม และในทำนองนั้น


 

กระเทียม หัวหอม และในทำนองนั้น
ญาบิร อิบนุ อับดิลลาฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า.
 
"مَنَ أَكَلَ ثَوْمًاأَوْبَصَلاً فَلْيَعْتَزِلْنَا - أَوْلِيَعْتَزِلْ مَسْجِدَنَا - وَلْيَقْعُدِفِي بَيْتِهِ" .
 
ผู้ใดที่กินกระเทียม หรือหัวหอม เขาก็อย่าได้เข้าใกล้เรา - หรือเขาก็อย่าได้เข้าใกล้มัสญิดของเรา - และให้เขาได้นั่งอยู่ที่บ้านของเขา.
 
มีผู้นำเอาหม้อใบหนึ่งที่มีผักสดต่างๆอยู่ในนั้นมา แล้วท่านได้พบกลิ่นของมัน ท่านได้ถาม แล้วมีคนบอกแก่ท่านถึงสิ่งที่มีอยู่พืชผักต่างๆ ท่านก็กล่าวว่า จงเอามันเข้ามาใกล้ๆ บรรดาสาวกของท่านบางคน - ในขณะที่ท่านอยู่กับพวกเขา - เมื่อท่านได้เห็นมัน ท่านก็ไม่ชอบที่จะกินมัน ท่านกล่าวว่า .
 
"كُلْ فْإِنِّي أُنَاجِي مَنْ لاَتُنَاجِي" .
 
 ท่านจงกิน เพราะว่า แท้จริง ฉันกำลังพูดกับผู้ที่ท่านไม่ได้พูดด้วย.
 
ญาบิร กล่าวว่า ท่านนบียฺ ศ็อลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้ว่า .
 
"مَنَ أَكَلَ الْبَصَلَ أَوِ الثَّوْمَ أَوِالْكُرَّاثَ فَلاَيَقْرُبَنَّ مَسْجِدَنَا فَإِنَّ الْمَلاَئِكَةَ تَتَأَذَّى مِمَّا
 
يَتَأََذَّى مِنْهُ بَنُو الإِنْسَانِ" .
 
 
ผู้ใดกินหัวหอม กระเทียม หรือคึ่นช่าย เขาก็อย่าได้เข้ามาใกล้มัสญิดของเรา เพระว่า มลาอิกะฮฺ จะเดือดร้อนจากสิ่งที่ลูกหลานของมนุษย์เดือดร้อน จากมัน. และในอีกรายงานหนึ่ง .
 
"بَنُوْآدَمَ" .
“ลูกหลานของอาดัม”.
 
อธิบาย.
 
สิ่งที่ควรจะเป็นนั้น คือ ผู้ละหมาดนั้น จะต้องมีกลิ่นดี หอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาต้องการที่จะละหมาดในสถานที่ที่มีคนเยอะๆ .
 
ด้วยเหตุนี้ ท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้ใช้ผู้ที่กินกระเทียม หรือหัวหอมดิบ ให้หลีกเลียงมัสญิดของบรรดามุสลิม และให้ละหมาดที่บ้านของเขา จนกว่ากลิ่นเหม็นนั้น จะหมดไปจากเขา ที่บรรดาผู้ละหมาด และบรรดามลาอิกะฮฺผู้ใกล้ชิด จะได้รับความเดือดร้อนจากมัน .
 
เมือมีคนนำเอาหม้อผักสดต่างๆมายังท่านนบียฺ แล้วท่านพบกลิ่นเหม็น ท่านก็ใช้ให้เอาไปให้สาวกคนหนึ่งของท่าน แล้วเมื่อผู้ที่อยู่ด้วยเห็นว่า ท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ชอบ เขาเข้าใจไปว่า มันเป็นสิ่งต้องห้าม และลังเลใจในการที่จะกิน ท่านก็บอกเขาว่า มันไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้าม และท่านมิได้ไม่ชอบ อันเนื่องจากการเป็นที่ต้องห้ามของมัน .
 
ท่านใช้ให้เขากิน และบอกว่า สิ่งที่มาขวางกั้นท่านไม่ให้กินมัน คือ ว่า ท่าน ศ็อลลัลลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อยู่ในการติดต่อพระผู้เป็นเจ้าของท่าน กำลังพูดกับที่ไม่มีใครไปถึงได้ จึ่งจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ขณะอยู่ใกล้กับกับพระผู้เป็นเจ้าของท่าน ญัลละ วะอะลา .
 
สิ่งที่ได้จากหะดีษ.
 
1-      ห้ามผู้ที่กินกระเทียม หัวหอม หรือ  คึ่นช่าย ไม่ให้มามัสญิด .
 
2- ทุกสิ่งที่มีกลิ่นเหม็น ที่มลาอิกะฮฺ หรือบรรดาผู้ละหมาดได้รับความเดือดร้อนจากมัน ถูกจัดเข้าอยู่ในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ .
 
3-ไม่ชอบให้ผู้ที่กินสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มาละหมาดที่มัสญิด เพื่อที่การละหมาดรวมกัน (ญะมาอะฮฺ) ในมัสญิด จะได้ไม่หายไป ในขณะที่เขาไม่ได้กินเพื่อการแกล้ง เพื่อให้ไม่ต้องมาละหมาด อันนี้ก็เป็นสิ่งต้องห้าม .
 
4- ข้อคิดของการห้ามไม่ให้มามัสญิด คือ เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่บรรดามลาอิกะฮฺ และบรรดาผู้มาละหมาด .
 
5- ห้ามการสร้างความเดือดร้อนด้วยทุกวิถีทาง
 
6- การห้ามไม่ให้กินกระเทียม และในทำนองนั้น มันไม่ได้เกิดจากการเป็นที่ต้องห้ามของมัน โดยอาศัยหลักฐานการสั่งใช้ของท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยิวะซัลลัม ให้กินมัน การไม่กินมันของท่าน ไม่ได้บ่งบอกถึงการเป็นสิ่งต้องห้าม...