ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



กระแสต่อต้านการสร้างมัสยิดฯ ในใจกลางอเมริกาเริ่มบานปลาย(โดย. อุมมุ มุบีน )


 

กระแสต่อต้านการสร้างมัสยิดฯ ในใจกลางอเมริกาเริ่มบานปลาย
 
โดย. อุมมุ มุบีน ราษฎร์อุทิศ แสนแสบ มีนบุรี อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา สมัชชาสอนภาษา และกวดวิชา หนองจอก กรุเทพฯ
***************
 
ความขัดแย้ง เรื่องการสร้างมัสยิดในเขต “กราวด์ซีโร่” ได้ขยายวงกว้างออกไปทุกที จนกลายเป็นความโกรธแค้น ที่กำลังคุกคามอยู่ในขณะนี้ ได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาในฐานะสังคมที่เปิดกว้าง และเป็นผู้นำทางความคิด ในเรื่องอิสรภาพและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งการรณรงค์ต่อต้านไม่ให้มีการสร้างมัสยิด ทางตอนล่างของแมนฮัตตั้น ได้ทำให้การสร้างหออาซานของมัสยิดอีกแห่งหนึ่งโดยชาวมุสลิมสวิสต้องล้มเลิกไป อันเป็นผลมาจากการปลุกปั่นยุยงของพวกพรรคฝ่ายขวาจัด ในยุโรป เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง..
 
การรณรงค์ต่อต้านการสร้างมัสยิดดังกล่าว เป็นประจักษ์พยานยืนยันได้ ถึงอิทธิพลที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ของกลุ่มอเมริกันขวาจัดที่มีต่อสื่อ และวงการการเมือง รวมทั้งคำวิจารณ์อันน่าเศร้าใจเกี่ยวกับความสามารถ ของมุสลิมตัวก่อเหตุ ที่ทำให้ความเห็นของสาธารณชน ต้องเอนเอียงไปสู่สถานการณ์ ที่เรียกว่า วิถีชีวิตชาวอเมริกันหลังได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ 11 กันยายน .
 
การรณรงค์ที่นำโดยพวกที่ถือทิฐิ อย่างแรงกล้า เช่น พาเมล่า เกลเลอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยมีประวัติว่า เรียกร้องให้ทำลายมัสยิดโดมทอง (Golden Dome Mosque) เพื่อสร้างโบสถ์ชาวยิวขึ้นแทน และเป็นบุคคลที่ เมื่อไม่นานมานี้เอง ได้โต้เถียงว่า ฮิตเลอร์ นำเอาการ-ญิฮาดมาประยุกต์ใช้ โดยเป็นแรงบันดาลใจ ให้มีการสังหารหมู่ชาวยิว และเธอก็ยังเคยมีประวัติว่า สวดมนต์ขอให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่าน และอิสราเอลโดยให้โอกาสชาติแรก คืออิสราเอลได้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ถล่มกรุงเตหะราน มักกะห์ และมาดีนะห์ นอกจากนี้เธอยังกล้าดีถึงขนาดถามถึงความรู้สึกรักชาติของประธานาธิบดีโอบามา และกล่าวหาเขาอีกหลายครั้งด้วยว่า เป็นมุสลิมอย่างลับๆ เป็นพวกที่เกลียดชังชาวยิว และเป็นนักญีฮาดแบบมูฮัมหมัด ที่ให้การสนับสนุนระบอบการปกครอง ของอิหร่าน เกลเลอร์กับเครือข่าย พวกที่ชอบทำร้ายคน ที่มีจิตใจเป็นมุสลิมรวมทั้งฌอน แฮนิทิแห่งสถานีข่าวฟอกซ์นิวส์ และโรเบิร์ต สเปนเซอร์แห่งญิฮาดวอช (เว็บล็อก) ประสบความสำเร็จ ในการสร้างกระแสเรื่อง ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ โดยทั้งคู่อ้างถึงการสร้างศูนย์กลางทางศาสนาอิสลาม ที่ถูกต่อต้านนั้นว่า เป็นเสมือนมัสยิดแห่งชัยชนะโดยอ้างว่า เป็นธรรมเนียมของมุสลิม ที่เมื่อชนะศึกแล้ว ก็จะสร้างมัสยิด เป็นการประกาศชัยชนะ ซึ่งพวกเขาเรียกแผนในการสร้างศูนย์กลางทางศาสนา ที่อยู่ห่างจากเขตกราวด์ซีโร่นี้ว่า เป็นความจงใจที่จะสร้างความโกรธแค้น ให้กับเหยื่อของเหตุการณ์เมื่อครั้ง 11 กันยายน และยังโต้แย้งอีกว่า บริเวณที่เป็นสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จึงไม่ควรที่มุสลิมจะเข้าไป เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์กลางทางศาสนา ที่อยู่ห่างออกไปจากบริเวณก่อสร้างประมาณสองช่วงตึก .
 
ในทางภาษา คำว่า “provocation” หมายถึงการกระทำ หรือคำพูดที่จงใจจะสร้างความผิดหวังเสียใจให้กับผู้อื่น “triumph” หมายถึงชัยชนะ และ “sensitivity” หมายถึงการเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่น ทั้งหมดนี้ หมายรวมถึงมุสลิมทุกคน ไม่เฉพาะแต่สมาชิกอัลกออิดะห์เท่านั้น ที่มีความผิดในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน แต่มุสลิมชาวอเมริกันโดยทั่วไป รวมทั้งอิหม่ามไฟซอล รออูฟ ต่างพากันปฏิเสธการกระทำ และความคิดเห็นของอัลกออิ-ดะห์ เช่นเดียวกับมุสลิมทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบกับการกระทำทารุณกรรมโดยกลุ่มอัลกออิดะห์นั้น มีผลกระทบร้ายแรงพอ ๆ กับเรื่องชาวคริสต์กับการสังหารหมู่ โดยชนชาวเซิร์บในบอสเนีย ผู้ที่ต่อต้านการสร้างศูนย์กลางของศาสนาอิสลาม ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ 11 กันยายนนั้น สมควรจะต้องระลึกอยู่เสมอว่า กราวด์ซีโร่ไม่ได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เฉพาะผู้ที่มีเชื้อสายยิว หรือคริสต์เท่านั้น หากแต่ยังมีความสำคัญ ต่อชาวมุสลิมที่สูญเสียชีวิต อย่างสยดสยองในเหตุการณ์วันนั้นด้วยเช่นกัน .
 
อย่างไรก็ตาม ทั้งๆที่เหตุผลที่นำมาใช้ ในการโต้เถียงกันนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไปมาก และความพยายามอย่างโจ่งแจ้งในการที่จะทำให้การโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อต่อต้านมุสลิม ในยุคกลางกลับมามีบทบาทใหม่อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งการนำเอามุสลิมทั้งหมด ไปเปรียบเทียบกับการโจมตีในเหตุการณ์ 11 กันยายนของผู้ก่อการร้ายนั้น บรรดานักการเมืองสำคัญ ๆ ก็ยังเข้าร่วม สนับสนุนด้วย เพื่อสร้างกระแสนิยมให้กับตนเอง โดยมีหัวหน้าพรรครีพลับริกันรวมทั้ง ดไวท์ กิงริช และซาร่าห์ เพ-ลิน ให้การสนับสนุนฝูงชน ที่ต่อต้านการสร้างมัสยิดนี้ นอกจากนี้ยังมีแฮร์รี่ รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งให้เสียงสนับสนุน ในเรื่องนี้เช่นกัน หรือแม้แต่ประธานาธิบดีโอบามา เองก็ยังมีท่าทีไม่แข็งกร้าวพอในการรณรงค์ต่อต้านมัสยิดดังกล่าว เพราะดูเหมือนว่า จะมีการถอนคำพูด หลังจากพูดให้การสนับสนุน เรื่องสิทธิของมุสลิมชาวอเมริกัน ที่เกี่ยวกับการมีเสรีภาพ ด้านการนับถือศาสนาไปแล้ว ทั้งนี้มีรายงานว่า โอบามาแยกเรื่องสิทธิในการสร้างมัสยิด ที่เขาให้การสนับสนุนกับเรื่องความฉลาดในการสร้างมัสยิดเป็นคนละส่วนกัน และเลือกที่จะไม่ตัดสินในเรื่องนี้  และจากความจริงที่ว่า การมีสิทธิ และความถูกต้องนั้น ไม่เกี่ยวกัน ซึ่งโชคไม่ดีที่ประธานาธิบดีตั้งคำถามแบบอ้อม ๆ ในเรื่องของความชาญฉลาด ของผู้ให้การสนับสนุน ที่ให้มีการสร้างศูนย์กลางทางศาสนาอิสลามได้ แทนที่จะตั้งคำถามกับบรรดาผู้ที่ต่อต้านเรื่องนี้อย่างไม่เป็นธรรม   หากจะตั้งคำถามเรื่องการกระทำ และการได้รับแรงจูงใจจากใครแล้วละก็ สมควรจะเป็นพวกที่ชอบดื้อรั้น นำเอาศาสนาอิสลาม ไปเปรียบเทียบกับการก่อการร้าย หรือพวกที่ริเริ่มการรณรงค์ ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และการทำลายชื่อเสียง เพื่อยับยั้งมุสลิม ไม่ให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญได้อย่างเสรีมากกว่า แม้กระนั้น การกระทำ และแรงจูงใจของผู้สร้างสันติภาพชาวมุสลิมเอง ที่ดำริให้สร้างศูนย์กลางทางศาสนาอิสลาม เพื่อเสริมสร้างให้มีการพูดคุยเจรจากัน และทำให้เกิดความร่วมมือกัน ของทั้งสองศาสนา และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการต่อต้านการบิดเบือน ของพวกหัวรุนแรงมาหลายทศวรรษแล้ว รวมทั้ง เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านชาวยิว และคริสต์ ภายใต้การตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน .
 
ประวัติศาสตร์ ของสหรัฐอเมริกา ทำให้มองเห็นภาพชัดว่าสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่คนอเมริกันมีนั้น มิอาจแยกออกจากความสามารถ ในการใช้สิทธิที่พวกเขามีอยู่โดยเสรีได้ และทั้ง ๆ ที่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่คนอเมริกันผิวสีก็ยังถูกกีดกันโดยพวกที่ชอบแบ่งแยกเชื้อชาติ และจากบรรดาผู้นำทางการเมือง ที่แสดงความคิดเห็นอย่างผิด ๆ แต่กลับกลายมาเป็นผู้กำหนดว่า คนอเมริกันผิวสีจะใช้สิทธิของพวกเขาได้ด้วยวีธีการใด เมื่อใด และภายใต้เงื่อนไขอะไร .
ถ้าประวัติศาสตร์ สอนอะไรเราก็ได้ ประวัติศาสตร์ก็น่าจะสอนว่า คนเรา จะมีสิทธิก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถใช้สิทธิได้ โดยเสรี และควรจะสอนด้วยว่า พวกเขาจำเป็นต้องใช้สิทธิของตัวเองแม้ว่า จะถูกกีดกันจากบรรดาพวกที่ชอบแบ่งแยกเชื้อชาติ และพวกนักการเมืองทั้งหลาย ที่ต้องการจะจำกัดสิทธิของพวกเขานั่นเอง   จากข้อเท็จจริงง่าย ๆ นี้เองที่ช่วยให้เข้าใจได้ว่า เป็นเรื่องของการต่อสู้ดิ้นรนของทุก ๆ คนที่ความสามารถ ในการใช้สิทธิของพวกเขาถูกขัดขวาง โดยการปล่อยปละละเลย และการเหยียดเชื้อชาติของคนในชาติเดียวกัน รวมทั้งคนผิวสี สตรี ชาวยิว และผู้ที่นับถือศาสนาแคธอลิกเอง ซึ่งตอนนี้ ก็มีการรวมเอามุสลิมเข้าไว้ด้วยแล้ว
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่มุสลิมอเมริกัน จะได้เอาเยี่ยงอย่างผู้ที่ทำการต่อสู้มาก่อนหน้านี้ และเพื่อเป็นการเตือนคน ทั้งโลกอีกครั้งว่า ไม่ควรให้ข้อโต้แย้ง มาแบ่งแยกสิทธิของชนกลุ่มน้อย และความสามารถ ในการใช้สิทธิของพวกเค้า ได้อย่างเสรีของพวกเขาสื่อของพวกนิยมฝ่ายขวา ได้สร้างความรู้สึกโกรธแค้น อย่างรุนแรงขึ้นภายในชาติ และเป็นกระบอกเสียงให้กับพวกขวาจัดที่เป็นผู้ที่มีความรู้ หรือนักวิชาการ ซึ่งสามารถทำให้เกิดความสงสัย เคลือบแคลง แล้วก็ปลุกปั่นความต้องการของสาธารณชน เรื่องการต่อต้านศูนย์กลางทางศาสนาอิสลาม ในแมนฮัตตั้น ตามที่ได้มีการเสนอขอให้สร้างขึ้น โดยใช้วิธีการบิดเบือนข้อมูล และการกล่าวหา ที่เป็นเท็จนั้น คงจะถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศของทุก ๆ ศาสนาจะต้องกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และต้องออกมายืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นชัดเจน เพื่อสนับสนุนสิทธิของบรรดามุสลิม ให้สามารถใช้เสรีภาพทางด้านศาสนาได้โดยเสรี ทั้งนี้นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ไมเคิล บลูมเบิร์ก และฟารีด ซาการียา แห่งนิตยสารนิวสวีคได้กำหนดตัวอย่างมาตรฐานสูงของภาวการณ์เป็นรัฐบุรุษ และการมีความรู้ของสื่อ ในแง่ของความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเอาไว้แล้ว .
เราจะมีโอกาสได้ยินเสียงที่เป็นธรรมบ้างไหม ในสถานการณ์ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ โดยปราศจากความละอายแก่ใจ เช่นนี้ และหากว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญ 11 กันยายนยังไม่อาจเข้าถึงจิตใจของคนในสหรัฐอเมริกา หรือยังไม่อาจเปลี่ยนจิตวิญญาณของพวกเขาได้แล้วไซร้ ก็จะทำให้อีกครั้งหนึ่งที่สหรัฐ อเมริกาปฏิเสธเสียงอคติเหล่านี้ และผลักดันให้พวกที่ดื้อรั้นทั้งหลาย กลับเข้าไปอยู่ในมุมมืด ที่พวกตนเคยอยู่มาก่อน…