ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ซูเราะฮฺอัลอะลั๊ก


 

ซูเราะฮฺอัลอะลั๊ก/บทก้อนเลือด
 
ซูเราะฮฺแห่งนครมักกะฮฺ
 
بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ اقْرَأْبِاسِمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ * خَلَقَ الإِنْسَانَ مِنْ عَلَقٍ * اِقْْرَأْوَرَبُّكَ الأَكْرَمُ * الَّذِي عَلَّمَ بِالْقَلَمِ* عَلَّمَ الإِنْسَانَ مَالَمْ يَعْلَمْ * كَلاَّ إِنَّ الإِنْسَانَ لَيَطْغَى* أَنْ رَآهُ اسْتَغْنَى* إِنَّ إِلَى رَبِّكَ الرُّجْعَى * أَرَأَيْتَ الَّذِي يَنْهَى* عَبْدًاإِذَاصَلَّى* أَرَأَيْتَ إِنْ كَانَ عَلَى الْهُدَى* أَوْأَمَرَبِالتَّقْوَى* أَرَأَيْتَ إِنْ كَذَّبَ وَتَوَلَّى * أَلَمْ يَعْلَمْ بِأَنَّ اللهَ يَرَى* كَلاَّلَئِنْ لَمْ يَنْتَهِ لَنَسْفَعَنَّ بِالنَّاصِيَةِ * نَاصِيَةٍ كَاذِبَةٍ خَاطِئَةٍ * فَلْيَدْعُ نُادِيَهْ *سَنَدْعُ الزَّبَانِيَةَ * كَلاَّ لاَتُطِعْهُ وَاسْجُد وَاقْتَرِبْ". (العلق/1-19) .
 
คำแปล.
 
“ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณปรานี ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ เจ้าจงอ่านด้วยพระนามของพระผู้เจ้าของเจ้า ที่พระองค์ทรงสร้าง ทรงสร้างมนุษย์มาจากก้อนเลือด เจ้าจงอ่าน และพระผู้เป็นเจาของเจ้า เป็นผู้มีน้ำใจมากที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงสอนด้วยปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้ หามิได้ มนุษย์นั้น จะหยิ่งผยอง เขาเห็นว่า ตัวของเขามั่งมี แท้จริง จะต้องมีการกลับไปยังพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า เจ้าเห็นไหม คนที่ห้ามบ่าว เมื่อเขาละหมาด เจ้าเห็นไหม หากเขาอยู่ในทางนำ หรือใช้ให้มีความยำเกรง เจ้าเห็นไหม หากเขาปฏิเสธ และผินหลังให้ เขาไม่รู้ดอกหรือว่า อัลลอฮฺนั้น ทรงเห็น หามิได้ หากเขาไม่หยุด เราก็จะกระชากผมกระจุกหน้า ผมกระจุกหน้าที่โกหก ที่ทำความผิด ก็ให้เขาได้เรียกพวกๆ ของเขามา เราจะเรียกพวกเจ้าหน้าที่มา (ดูแลนรก) หามิได้ เจาอย่าได้เชื่อฟังเขา จงก้มกราบ และจงเข้าใกล้ให้มาก”. (อัลอะลั๊ก/1-19) .
 
คำอธิบาย
 
ซูเราะฮฺนี้ เป็นซูเราะฮฺแรกๆ ของอัลกุรอาน ที่ลงมายังท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอ-ฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
 
มันได้ลงมายังท่านนบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในช่วงแรกแรกของการเป็น-นบียฺ ในขณะที่ท่านยังไม่รู้ว่า อะไร คือ คัมภีร์ และอะไร คือ การศรัทธา ญิบรีลได้นำเอาสารมาให้ท่าน อะลัยฮิศเศาะลาตุวัสลาม และใช้ให้ท่านอ่าน ท่านก็ไม่ได้อ่าน ท่านตอบว่า ฉันอ่านไม่เป็น(มาอะนะบิกอริ๊) ญิบรีล ก็ยังคงใช้ความพยายามต่อไป จนกระทั่งท่านอ่านได้ แล้วอัลลอฮฺได้ประทานโองการต่อไปนี้ลงมายังท่าน“อิ๊กเราะบิสมิร็อบบิกัลละธีค็ลั๊ก/เจ้าจงอ่านด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ที่พระองค์ทรงสร้าง”การสร้างทั่วไป หลังจากนั้น พระองค์ทรงกล่าวถึงมนุษย์โดยเฉพาะ และทรงกล่าวถึงการเริ่มสร้างมนุษย์“มินอะลั๊ก/จากก้อนเลือด” ดังนั้น ผู้ที่สร้างมนุษย์ และเอาใจใส่ในการจัดการบริหารเขา จำเป็นจะต้องจัดการบริหารด้วยการสั่งใช้ และการสั่งห้าม ซึ่งอันนี้ ก็ด้วยการส่งร่อซูล (ทูต) มายังพวกเขา ประทานคัมภีร์มาให้พวกเขา และด้วยเหตุนี้ พระองค์ได้ทรงกล่าวถึงการสร้างมนุษย์ของพระองค์ หลังการใช้ให้อ่าน .
 
หลังจากนั้น พระองค์ ตรัสว่า: “อิ๊กเราะวะร็อบบุกัลอั๊กร็อม/จงอ่าน และพระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้ที่มีน้ำใจมากที่สุด” คือ มีลักษณะต่างๆ มากมาย มีน้ำใจ ใจกว้าง ใจบุญ ให้สิ่งที่ดีๆ ซึ่งในความมีน้ำใจอย่างหนึ่งนั้น คือ พระองค์ได้ทรงสอนให้มีความรู้ และ “อัลละมะบิลก็ลัม อัลละมัลอินซานะ มาลัมยะอฺลัม/สอนด้วยปากกา สอนมนุษย์ในสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้” พระองค์ ตะอาลา ได้ทรงนำเอามนุษย์ออกมาจากครรภ์มารดาของเขา ในขณะที่เขาไม่รู้อะไรเลย พระองค์ทรงให้มีหู มีตา และหัวใจ และทรงอำนวยความสะดวกแก่เขา ในหนทางแห่งความรู้ .
 
พระองค์ได้ทรงสอนการอ่านแก่เขา ทรงสอนวิทยปัญญาให้แก่เขา ทรงสอนเขาด้วยปากกา ที่เป็นสิ่งที่รักษาไว้ซึ่งความรู้ต่างๆ บันทึกสิทธิต่างๆ และเป็นทูตแก่ผู้คนทั้งหลาย มาทำหน้าที่แทนการพูดจาของพวกเขา จึงสมควรที่พระองค์จะได้รับการสรรเสริญ และการปฏิบัติดีตอบ ที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานต่างๆ เหล่านี้ ให้แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ ที่พวกเขาไม่สามรถที่จะตอบแทน และขอบคุณได้อย่างเหมาะสม หลังจากนั้น พระองค์ได้ประทานความมั่งมี และการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้ แต่ทว่า มนุษย์นั้น - ด้วยความไม่รู้ และการอธรรมของเขา - เมื่อเห็นตัวของเขามั่งมี เขาก็ยิ่งผยอง อวดดี อวดโต ผินหลังให้ทางนำ และลืมไปว่า เขานั้น จะต้องหวนกลับไปหาพระองค์ ไม่กลัวการให้ผลตอบแทน ยิ่งไปกว่า บางครั้ง ไปถึงขั้นที่ว่า เขาละทิ้งทางนำด้วยตัวของเขาเอง และเชิญชวนคนอื่นให้ละทิ้งด้วย ห้ามไม่ให้ละหมาด ซึ่งเป็นการงานแห่งการศรัทธาที่ประเสริฐที่สุด อัลลอฮฺทรงกล่าวแก่ผู้กบฏที่ฝ่าฝืนดื้อดึงนี้ว่า: “อะร็ไอยตะ/เจ้าเห็นไหม” โอ้ ผู้ที่ห้ามบ่าว เมื่อเขาละหมาด ”อิน/หาก“ บ่าวผู้ละหมาด “กานะอะลัลฮุดา/เขาเป็นผู้ที่อยู่ในทางนำ” การรู้ความจริง ละนำมาปฏิบัติ “เอาอะมะร็/หรือใช้” คนอื่น“บิตตั๊กวา/ให้มีความยำเกกรง”.
 
มันเหมาะสมหรือ ที่เขาจะห้าม คนที่อันนี้ เป็นลักษณะของเขา ? การห้ามของเขาไม่ได้เป็นการต่อต้านอัลลอฮฺ และการคัดค้านความจริง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดดอกหรือ? การห้ามนั้น จะปฏิบัติต่อใครไม่ได้ นอกจากต่อผู้ที่ไม่ได้อยู่ในทางนำ หรือใช้คนอื่นให้ทำสิ่งที่ค้านกับความยำเกรง .
 
“อะร็ไอยตะ/เจ้าเห็นไหม” ผู้ห้ามไม่ให้ปฏิบัติตามความจริง “อินกัซซะบะวะตะวัลลา/หากเขาปฏิเสธ และผินหลังให้” เรื่องราว เขาไม่กลัว อัลลอฮฺ ไม่กลัวการลงโทษของพระองค์หรือ ?“อะลัมยะอฺลัมบิอันนัลลอฮะยะรอ/เขาไม่รู้ดอกหรือว่า อัลลอฺนั้น ทรงเห็น”สิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาปฏิบัติ ? .
 
หลังจากนั้น พระองค์ได้ทรงคาดโทษเขา หากเขายังคงดื้อด้านอยู่ในสภาพของเขาเช่นนี้ โดยที่พระองค์ได้ตรัสว่า “ละนัสฟะอันบินนาศิยะฮฺ/เราจะดึงผมกระจุกหน้า” คือ เราจะกระชากผมกระจุกหน้าของเขาอย่างแรง ซึ่งก็เป็นความเป็นจริงตามนั้น แท้จริง มันเป็น “นาศิยะฮฺกาธิบะฮฺคอฏิอะฮฺ/ผมกระจุกหน้าที่โกหก ที่ทำผิด” โกหกในการพูด ผิดในการกระทำ .
 
“ฟัลยัดอุนาดิยะฮฺ/ก็ให้เขา (ผู้ที่การลงโทษได้ถูกกำหนดแก่เขาแน่นอนแล้ว) ได้เรียกพวกๆของเขามา” พวกผู้ร่วมชุมนุม มิตรสหาย และพวกผู้คนรอบข้าง มาช่วยเขาในการขจัดสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแก่เขา “สะนัดอุซซะบานิยะฮฺ/เราจะเรียกพวกเจ้าหน้าที่มา” พวกเจ้าหน้าที่ดูแลนรก เพื่อจัดการกับเขา ลงโทษเขา ให้เขาได้รู้ว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายที่มีความแข็งแรง และมีความสามารถมากที่สุด ? ซึ่งอันนี้ เป็นสภาพของผู้ที่ห้าม และสิ่งที่เขาใช้คาดโทษ ส่วนสภาพของผู้ที่ถูกห้าม อัลลอฮฺก็ได้ทรงใช้ไม่ให้ไปฟังผู้ห้ามผู้นี้ และอย่าได้ปฏิบัติตามการห้ามของเขา ซึ่งพระองค์ ได้ตรัสว่า “กัลลาลาตุเฏ๊ยะอฺฮุ/หามิได้ เจ้าอย่าได้เชื่อฟังเขา” คือ เขาจะไม่ใช้ นอกจากในสิ่งที่มีความขาดทุน ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้านั้น“วัสญุด/และจงก้มกราบ” แก่พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า “วักตะริบ/และจงเข้าใกล้ให้มาก” พระองค์ ในการก้มกราบ และอื่นๆ จากการเคารพภักดี และการเข้าใกล้ชนิดต่างๆ เพราะว่า ทั้งหมดนั้น มันทำให้เกิดความใกล้ชิดกับความพอใจของพระองค์ และทำให้เกิดความสนิทสนมกับพระองค์ .
 
และอันนี้ เป็นสิ่งที่ตีคลุมแก่ผู้ที่ห้ามไม่ให้ทำความดี และผู้ที่ถูกห้ามไม่ให้ทำความดีทุกคน ถึงแม้ว่า มันจะเป็นสิ่งที่ลงมาในเรื่องของของอบูญะฮลฺ ในขณะที่เขาห้ามท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ให้ละหมาด กลั่นแกล้ง ทำร้ายท่าน...