ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ


 

ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ
มักกียะฮฺ
 
"بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ *الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ *مَالِكِ يَوْمِِ الدِّيْنِ *إِيَّاكَ
 
نَعْبُدُ* وَإِيَّاكَ نَسْتَعِيْنُ *إِهْدِنَاالصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيْمَ *صِرَاطَ الَّذيْنَ أَنْعَمْتَ عَلَيِهِمْ* غَيْرِالْمَغْضُوْبِ
 
عَلَيْهِمْ وَلاََالضَّالِّيْنَ" .
 
คำแปล.
 
“ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสกลโลกผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ ผู้เป็นใหญ่ในวันแห่งการตัดสิน เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่เราเคารพภักดี เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่เราขอความช่วยเหลือ ขอพระองค์ได้ทรงนำเราไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง หนทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา ไม่ใช่หนทางของพวกผู้ที่ถูกโกรธกริ้ว และพวกผู้หลงผิด”.(อัลฟาติหะฮฺ/1-7) .
 
คำอธิบาย
 
คือ ฉันขอเริ่มด้วยทุกนาม ที่เป็นของอัลลฮฺ ตะอาลา เพราะคำว่า นาม (อิสมฺ) เป็นเอกพจน์ ที่มีการอ้างความเป็นเจ้าของ มันจึงรวมถึงทุกนามที่ดีงามต่าง ๆ“อัลลอฮฺ” คือ ผู้ได้รับการยอมรับในการเป็นพระเจ้า ผู้ที่สมควรได้รับการเคารพภักดีเพียงองค์เดียว อันเนื่องจากการมีคุณสมบัติต่างๆ แห่งความเป็นพระเจ้า ซึ่งก็ได้แก่คุณสมบัติต่าง ๆ แห่งความสมบูรณ์ “อัรเราะหฺมานิรร่อฮีม/ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ” สองนามที่บ่งบอกถึงว่า อัลลอฮฺนั้น ทรงเป็นผู้ที่มีความเมตตาไพศาลยิ่งใหญ่แผ่กระจายขยายไปทั่วถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งที่มีชีวิต พระองค์ได้ทรงกำหนดให้แก่บรรดาผู้ยำเกรง ที่เจริญรอยตามบรรดานบียฺ และร่อซูลของพระองค์ พวกเขาเหล่านี้จะได้รับความเมตตาที่ไม่มีขอบเขต และพวกผู้อื่น จะได้รับเพียงบางส่วน .
 
จงรู้ไว้เถิดว่า ในหลักที่เป็นที่เห็นพ้องต้องกันในหมู่ของบรรดาผู้คนรุ่นก่อนที่ดี และผู้นำของประชาชาตินี้ คือ การศรัทธาต่อนาม ลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์ ข้อชี้ขาด ของลักษณะต่าง ๆ อย่างเช่นว่า พวกเขาจะศรัทธาว่า พระองค์ เป็นผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาสมอ มีลักษณะของความกรุณาปรานี ความเอ็นดูเมตตาเสมอ ที่พระองค์ทรงมีลักษณะอย่างนั้น ที่มีความเกี่ยวโยงกับผู้ที่ได้รับความกรุณาปรานี ความเอ็ดดูเมตตา ความโปรดปรานทั้งหมด เป็นผลสืบเนื่องอันหนึ่งของความกรุณาปรานี ความเอ็นดูเมตตาของพระองค์ ในทำนองเดียวกันนี้ ในนามอื่นๆ ของพระองค์ ซึ่งจะมีการพูดกันในคำว่า“อัลอะลีม/ผู้ที่มีความรอบรู้”ว่า พระองค์เป็นผู้รู้ มีความรู้ สามารถรู้ด้วยความรู้นั้นซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นผู้สามารถ ผู้มีความสามารถ สามารถที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง .
 
“อัลฮัมดุ ลิลลาฮฺ/การสรรเสริญ เป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ”คือ การสรรเสริญเยินยออัลลอฮฺ ด้วยลักษณะต่างๆ แห่งความสมบูรณ์ การงานต่างๆ ของพระองค์ ที่ดำเนินไประหว่างความโปรดปรานกับความยุติธรรม การสรรเสริญที่สมบูรณ์ในทุกรูปแบบ เป็นของพระองค์ “ร็อบบิลอาละมีน/พระผู้เป็นเจ้าแห่งสกลโลก”. ร็อบ คือ ผู้ให้การดูแลแก่ชาวโลกทั้งหลาย - ซึ่งก็หมายถึงทุกคนนอกเหนือจากอัลอฮฺ - ด้วยการสร้างของพระองค์ แก่พวกเขา การจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่พวกเขา และการประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา ซึ่งหากพวกเขาขาดมันแล้ว พวกเขาก็ไม่สามรถที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ความโปรดปรานอันใดที่มันเกิดขึ้นแก่พวกเขา มันก็เป็นความโปรดปรานที่มาจากพระองค์ ตะอาลา .
 
การดูแลของพระองค์ ตะอาลา แก่บรรดาสิ่งถูกสร้างขอพระองค์ แบ่งออกเป็นสองชนิด ทั่วไป และเฉพาะ .
 
ชนิดทั่วไป:  คือ การสร้างของพระองค์แก่สิ่งถูกสร้างทั้งหลายของพระองค์ การประทานปัจจัยยังชีพ แก่พวกเขา และการนำพวกเขาไปสู่สิ่งที่มีผลดีแก่พวกเขาอยู่ ที่จะทำให้พวกเขาสารมารถอยู่ในโลกนี้ได้ .
 
ชนิดเฉพาะ: คือ การดูแลของพระองค์ แก่บรรดาผู้เป็นที่รักของพระองค์ โดยที่พระองค์จะทรงดูแลพวกเขา ด้วยการศรัทธา พระองค์จะทรงให้พวกเขามีความศรัทธา จะทรงให้การศรัทธามีความสมบูรณ์แก่พวกเขา จะทรงผลักดันสิ่งที่จะมาเฉไฉ และอุปสรรคต่างๆ ที่จะมาขวางกันระหว่างพวกเขากับการศรัทธา และข้อเท็จจริงของมัน ก็คือว่า การดูแลให้ได้รับความสำเร็จในทุกความดี และการปกป้องให้พ้นจากทุกความชั่ว ซึ่งเข้าใจว่า ความหมายนี้ คือ เคล็ดลับของการขอดุอาอฺ ส่วนมากของบรรดานบียฺจะใช้คำว่า (ร็อบ) เพราะว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการทั้งหมด อยู่ภายใต้การดูแลเฉพาะของพระองค์ .
 
คำตรัสของพระองค์ที่ว่า “ร็อบบิลอาละมีน/พระผู้เป็นเจ้าแห่งสกลโลก” มันบ่งบอกถึงการเป็นผู้ทรงสร้าง ผู้บริหาร ผู้มั่งมีที่สมบูรณ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว และการมีความต้องการของชาวโลกทั้งมวลยังพระองค์ ในทุกรูปแบบ ในทุกการยึดถือ โดยแท้ .
 
“มาลิกิเยามิดดีน/ผู้เป็นใหญ่ในวันแห่งการตัดสิน” มาลิก คือ ผู้ที่มีลักษณะของการครอบครอง การเป็นเจ้าของ ซึ่งจากผลของการมีลักษณะดังกล่าว พระองค์ก็ทรงสามารถที่จะใช้ ห้าม ให้ผลตอบแทนที่ดี และร้าย บริหาร และจัดการกับสิ่งครอบครองต่าง ๆ ของพระองค์ ด้วยการจัดการ บริหารทุกชนิด มีการอ้างการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวันแห่งการสอบสวน ซึ่งก็ได้แก่วันสิ้นโลก วันที่ผู้คนทั้งหลายจะถูกบสอบสวน ในการงานต่าง ๆ ของพวกเขา งานที่ดี และงานที่ชั่ว เพราะว่า ในวันนั้น ความสมบูรณ์ของการมีอำนาจ ความยุติธรรม และความรอบรู้ของพระองค์จะปรากฏชัด แก่บรรดาบ่าวโดยสมบูรณ์ และการขาดการครอบครองของบรรดาบ่าว จนกระทั่งบรรดากษัตริย์ ประชาชน ผู้เป็นทาส และผู้เป็นไท ทุกคนเป็นผู้ที่สยบต่อความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ก้มหัวให้แก่การมีอำนาจของพระองค์ หวังในการตอบแทนที่ดี ของพระองค์ และกลัวการลงโทษของพระองค์ ด้วยเหตุดังกล่าว อัลลอฮฺจึงทรงกล่าวถึงเป็นพิเศษ หาไม่แล้ว พระองค์ คือ ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีอำนาจในวันแห่งการตัดสิน และวันอื่นๆ ด้วย .
 
“อี่ยากะนะอฺดุบุดุ วะ อี่ยากะ นัสตะอีน/เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่เราเคารพภักดี และเฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่เราขอความช่วยเหลือ”คือ เราทำการเคารพภักดี และขอความช่วยเหลือต่อพระองค์เพียงผู้เดียว เพราะการนำเอากรรมขึ้นหน้า มันบ่งบอกถึงการตีกรอบ และมัน ก็คือ การบอกถึงการมีข้อชี้ขาดแก่สิ่งที่ถูกกล่าวถึง และการปฏิเสธสิ่งที่นอกเหนือไปจากนั้น เหมือนกับว่า พระองค์ทรงต้องการจะที่กล่าวว่า เราเคารพภักดีต่อพระองค์ท่าน และไม่เคารพภักดีต่อผู้อื่น นอกเหนือจากพระองค์ท่าน ขอความช่วยต่อเหลือพระองค์ท่าน และไม่ขอความช่วยเหลือต่อผู้หนึ่งผู้ใด นอกเหนือจากพระองค์ท่าน .
 
และการเอาการเคารพภักดี นำหน้าการขอความช่วยเหลือ จัดอยู่ในเรื่องว่า ด้วยการเอาสิ่งทั่วไปนำหน้าสิ่งเฉพาะ และเป็นการเอาใจใส่ ในการนำเอาสิทธิของอัลลอฮฺนำหน้าสิทธิของบ่าวของพระองค์ และการเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) เป็นนามที่ประมวลซึ่งทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก และทรงพอใจ จากการงาน และคำกล่าวต่างๆ ที่เห็นได้ และเห็นไม่ได้ การขอความช่วยเหลือ (อิสติอานะฮฺ) คือ การพึงพาอัลลอฮฺ ตะอาลา ในการทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เป็นคุณ และสิ่งที่เป็นโทษต่างๆออกไป พร้อมกับมีความชื่อมั่นต่อพระองค์ในการทำให้ได้มาซึ่งสิ่งดังกล่าว .
 
การทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ และการขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เป็นสื่อที่จะนำไปสู่ความสุขที่ไม่มีวันจบสิ้น และการรอดพ้นจากความชั่วร้ายทั้งปวง ดังนั้น จึงไม่มีหนทางที่จะไปถึงการรอดพ้นได้ นอกจากจะต้องนำมันทั้งสองมาปฏิบัติ และแท้จริง การเคารพภักดีนั้น จะถือว่า เป็นการเคารพภักดี ก็ต่อเมื่อ มันเป็นสิ่งที่ถูกนำมาจากท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีความมุ่งหมายในพระพักตร์แห่งอัลลอฮฺ ด้วยสองสิ่งนี้ มันก็จะเป็นการคารพภักดี และการกล่าวถึงการขอความช่วยเหลือ (อิสติอานะฮฺ) หลังการเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) ในขณะที่มันเข้าอยู่ในสิ่งนั้น เนื่องจากบ่าวมีความต้องการ ในทุกการเคารพภักดีของเขาซึ่งการขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา ซึ่งหากอัลลอฮฺไม่ทรงช่วยเหลือเขาแล้ว สิ่งที่เขาต้องการ จากการกระทำสิ่งที่ใช้ให้กระทำ และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ห้ามไม่ให้กระทำต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นแก่เขา .
 
หลังจากนั้น พระองค์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า “อิฮดินัศศีรอฏ็อลมุสตะกีม/ขอพระองคได้ทรงนำเราสู่หนทางที่เที่ยงตรงด้วยเถิด”คือ ขอพระองค์ได้ทรงชี้แก่เรา บอกเรา และให้เราประสบความสำเร็จในการไปถึงซึ่งหนทางที่เที่ยงตรง คือ หนทางที่จัดเจน ที่นำไปสู่อัลลอฮฺ และนำไปสู่สวรรค์ของพระองค์ และมันก็คือการได้รู้จักความจริง และนำเอามาปฏิบัติ ดังนั้น ขอพระองค์ได้ทรงนำเราไปสู่หนทาง ที่เที่ยงตรง และขอพระองค์ได้ทรงให้เราอยู่ในหนทางที่เที่ยงตรง การนำไปสู่หนทาง คือ การได้อยู่ในศาสนาอิสลามอย่างมั่นคง และละทิ้งศาสนาอื่นๆ และการนำทางให้ได้อยู่ในหนทาง มันจะประมวลไว้ซึ่งรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับศาสนา ในเรื่องของความรู้ และการนำมาปฏิบัติ ดังนั้น ดุอาอฺนี้ จัดอยู่ในดุอาอฺที่รวมไว้ซึ่งสิ่งต่างๆ มากที่สุด และให้ประโยชน์แก่บ่าวมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต่อมนุษย์ ในการที่จะต้องนำมาใช้ในการขอดุอาอฺต่อพระองค์ ในทุกร็อกอะฮฺของการละหมาดของเขา เนื่องจากความจำเป็นของมันในเรื่องดังกล่าว .
 
หนทางที่เที่ยงตรงนี้ คือ “ศิรอฏ้อลละซีนะอันอีมตะอะลัยฮิม/หนทางที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานให้แก่พวกเขา” จากบรรดานีบยฺ ผู้มีความเชื่อโดยไม่มีเงื่อนไข บรรดาผู้เสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้คนที่ดี “ฆ็อยรฺ/ไม่ใช่” หนทางของ”มัฆฎูบิอะลัยฮิม/พวกผู้ที่ถูกโกรธกริ้ว” ที่พวกเขารู้ความจริง และละทิ้งมัน เช่น พวกยะฮู๊ด และอื่นๆ และไม่ใช่หนทางของ”อัฎฎอลลีน/พวกผู้หลงผิด” ที่พวกเขาละทิ้งความจริง ด้วยความโง่เขลา และความหลงผิด เช่น พวกนัศรอนียฺ และอื่นๆ .
 
ซูเราะอฺนี้ ทั้งๆ ที่เป็นซูเราะฮฺที่ไม่ยาว มันก็ได้ประมวลไว้ซึ่งสิ่งที่ซูเราะฮฺอื่นๆของอัลกุรอานไม่ได้ประมวลไว้ มันได้บรรจุไว้ซึ่งชนิดของการให้เอกภาพทั้งสาม: การให้เอกภาพในเรื่องของการเป็นพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งถูกนำมาจากคำตรัสของพระองค์ ที่ว่า “ร็อบบิลอาละมีน/พระผู้เป็นเจ้าแห่งสกลโลก” การให้เอกภาพในเรื่องของการเคารพภักดี และมัน ก็คือ การให้การเคารพภักดีแด่อัลลอฮฺ เพียงองค์เดียว ซึ่งถูกนำมาจากคำตรัสของพระองค์ที่ว่า“อัลลอฮฺ”    และคำตรัสของพระองค์ที่ว่า“อี่ยากะนะอฺบุดุ/เฉพาพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภักดี” และการให้เอกภาพในเรื่องของนาม และลักษณะต่างๆ และมัน ก็คือ การยอมรับในลักษณะต่างๆ แห่งความสมบูนณ์ แด่อัลลอฮฺ ตะอาลา ที่พระองค์ทรงระบุให้แก่ตัวของพระองค์ และร่อซูลของพระองค์ได้ระบุให้แก่ตัวของพระองค์ โดยไม่มีการเฉไฉไปเป็นสิ่งอื่น ไม่มีการบอกว่า เหมือนกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ และการเอาไปเปรียบเทียบกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ และสิ่งที่บ่งบอกถึงสิ่งดังกล่าว คือ คำว่า “อัลฮัมดฺ/การสรรเสริญ” เหมือนกับที่ได้ผ่านมาแล้ว .
 
มันได้ปะมวลไว้ซึ่งการระบุบอกการเป็นนบียฺไว้ ในคำตรัสของพระองค์ ที่ว่า“อิฮดินัศศิรอฏ็อลมุสตะกีม/ขอพระองค์ได้ทรงนำเราไปสู่หนทางที่เที่ยงตรงด้วยเถิด” เพราะอันนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ โดยที่ไม่มีการส่งร่อซูลมา .
 
การะบุบอกการให้ผลตอบแทนในการงานต่างๆไว้ในคำตรัสของพระองค์ที่ว่า “มาลิกิเยามิดดีน/ผู้เป็นใหญ่ในวันแห่งการตัดสิน”. และว่า การตัดสินนั้นจะเป็นไปได้ด้วยความยุติธรรม เพราะคำว่า ดีนนั้น คือ การให้ผลตอบแทนด้วยความยุติธรรม .
 
ได้ประมวลไว้ซึ่งการระบุบอกการกำหนดสภาวะ และบ่าวนั้น เป็นผู้กระทำจริง ซึ่งแตกต่างไปจากพวกก็ดะรียฺ และพวกญะบะรียฺ .
 
ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้ประมวลไว้ซึ่งการโต้ตอบพวกผู้ทำอุตริกรรม และผู้หลงผิดไว้ในคำตรัสของพระองค์ ที่ว่า “อิฮดินัศศิรอฏ็อลมุสตะกีม/ขอพระองค์ได้ทรงนำเราสู่หนทางที่เที่ยงตรงด้วยเถิด” เพราะว่า การได้รู้ความจริง และการนำมาปฏิบัติ และผู้ที่ทำอุตริกรรม และหลงผิดทุกคน เขาก็จะเป็นผู้ที่ปฏิบัติค้านกับสิ่งที่ได้กล่าวมา .
 
และได้ประมวลไว้ซึ่งการทำให้การเคารพภักดี เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแด่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทั้งในการเคารพภักดี และการขอความช่วยเหลือ ไว้ในคำตรัสของพระองค์ที่ว่า”อี่ยากะนะอฺบุดุ วะวี่ยากะนัสตะอีน/ เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภักดี และเฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่เราขอความช่วยเหลือ” และการสรรเสริญนั้นเป็นของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสกลโลก...