ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



พระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺ(โดย. อ.มาลิก โยธาสมุทร)


 พระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺนั้นสุดที่จะคณานับได้ถ้วนทั่ว

โดย. อ.มาลิก โยธาสมุทร อาจารย์โรงเรียนอัลฟุรกอนศึกษา ค็ฏี๊บมัสญิดอัลฟุรกอน ลาดบัว-หลวง อยุธยา
 


ผู้เป็นบ่าวของอัลลอฮฺทั้งหลาย
จงเกรงกลัวพระผู้เป็นเจ้าของพวกท่านเถิด และจงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงประทานให้กับพวกท่าน หากพวกท่านทั้งหลายเป็นผู้เคารพภักดีต่อพระองค์ เพียงองค์เดียวเท่านั้น และพวกท่านทั้งหลาย จงรู้ถึงเกียรติที่พระองค์ทรงมอบให้กับพวกท่าน ซึ่งเหนือกว่าโลกทั้งผอง และทรงให้มีความประเสริฐล้ำเลิศแก่พวกท่านเหนือกว่าชนรุ่นแรกๆ และชนรุ่นหลังๆเสียอีก ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงทรงบังเกิดท่านนบีอาดัม บิดาพวกท่านขึ้นมา ด้วยกับพระหัตถ์ของพระองค์ และทรงเป่าวิญญาณจากพระองค์ไปที่อาดัม ทรงสอนชื่อสิ่งต่างๆให้เขาได้รู้ ทรงให้บรรดามลาอิกะฮฺของพระองค์สุญูดต่ออาดัม ทรงสร้างคู่ครองคนหนึ่งให้แก่อาดัม ซึ่งมาจากอาดัมเอง เพื่อที่จะได้อยู่กับนางโดยใจสงบ และให้มีลูกหลานแพร่หลายมากมาย .


ต่อมาพวกท่านทั้งหลาย จงสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺที่ทรงมีต่อท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ทรงสร้างพวกท่านขึ้นมาในท้องมารดาของพวกท่าน หลังจากที่ได้ทรงสร้างขึ้นมาในความมืดถึงสามชั้น ไม่มีใครสอนพวกท่าน นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น และไม่มีใครสามารถที่จะนำอาหาร และเครื่องดื่ม ตลอดจนคุณและโทษใดๆส่งมาให้กับพวกท่านได้ ขณะที่พวกท่านอยู่ในท้องของมารดา นอกจากเลือดในร่างกาย ที่ผ่านสายสะดือเท่านั้น และแพร่กระจายไปตามสายเลือด .
ต่อมา หลังจากที่พระองค์ได้ให้พวกท่าน คลอดออกมาจากท้องมารดา แล้วพระองค์ยังได้ทรงจัดเตรียม ให้ท่านได้ดื่มนมของมารดา เป็นนมที่บริสุทธิ์ จืดสนิท รสชาติดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นอาหารชั้นดีเลิศ และพวกท่านจงสำนึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺ ที่ทรงมีต่อท่านทั้งหลาย ขณะที่พระองค์ทรงให้พวกท่านคลอดออกมาจากท้องมารดาของพวกท่าน ทั้งๆ ที่พวกท่านไม่รู้อะไรมาก่อน ดังกล่าว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกท่าน และเป็นการทำดีต่อพวกท่านอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะนับตั้งแต่เล็กจนกระทั่งเติบใหญ่ มีความรู้ ความเข้าใจ เพิ่มขึ้นมากมายทีละขั้นที่ละตอน ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งได้รับความรู้ ความเข้าใจจนกระทั่งสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในที่สุด .


ต่อมา ให้สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺ ที่ทรงมีต่อท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งมวลในโลกนี้ขึ้นมา เพื่อยังประโยชน์ให้กับพวกท่าน และทรงอนุมัติสิ่งดีๆให้กับพวกท่าน เพื่อใช้ประโยชน์ และบริโภค ดังดำรัสของพระองค์ ที่ว่า .
 


"يَا أَيُّهَا النَّاسُ كُلُواْ مِمَّا فِي الأَرْضِ حَلاَلاً طَيِّبًا". (البقرة / 168) .


“มนุษย์ชาติทั้งหลาย จงกินสิ่งดี ๆ อันเป็นที่อนุมัติที่อยู่ในแผ่นดิน” . (อัลบะเกาะเราะฮฺ /168) .

"يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُلُوا مِنْ طَيِّبَاتِ مَا رَزَقْنَاكُمْ وَاشْكُرُوا لِلَّهِ إِنْ كُنْتُمْ إِيَّاهُ تَعْبُدُونَ". (البقرة/172)


“โอ้ บรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลาย จงกินสิ่งดีๆที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า และจงกตัญญูต่ออัลลอฮฺเถิด หากพวกเจ้าเป็นผู้เคารพสักการะ (อิบาดะฮฺ) เฉพาะแต่พระองค์เท่านั้น”. (อัลบะเกาะเราะฮฺ 2/172) .


 

พระองค์อัลลอฮฺ ได้ทรงจำแนกแยกแยะ บรรดาริสกีย์ต่างๆ เหล่านั้น ออกเป็นหลายรูปแบบ หลายชนิด หลายรสชาด หลายกลิ่น ซึ่งแต่ละอย่างนั้นล้วนมีประโยชน์ และมีความสำคัญแตกต่างกันออกไป ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ อย่างหาที่สุดมิได้ แก่ปวงบ่าวของอัลลอฮฺทั้งสิ้น .


ต่อมา พวกท่านทั้งหลาย จงสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺ ที่ทรงมีต่อพวกท่าน ในการที่ทรงให้พวกท่านได้รับความสะดวก สบายจากพาหนะต่างๆ ดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า .


"وَالَّذِي خَلَقَ الأَزْوَاجَ كُلَّهَا وَجَعَلَ لَكُمْ مِنَ الْفُلْكِ وَالأنْعَامِ مَا تَرْكَبُونَ". (الزخرف / 12)


“และพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างคูครองแก่ทุกสิ่ง และทรงทำให้มีเรือ และปศุสัตว์แก่พวกเจ้า เพื่อเป็นพาหนะแก่พวกเจ้า”.  (อัซซุรุฟ /12) .
อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า .


"وَالْخَيْلَ وَالْبِغَالَ وَالْحَمِيْرَ لِتَرْكَبُوهَا وَزِينَةً وَيَخْلُقُ مَا لاَ تَعْلَمُونَ" . (النحل/ 16)

“และทรงสร้างม้า ล่อ และลา เพื่อที่เจ้าจะได้ใช้เป็นพาหนะขับขี่โดยสาร และใช้เป็นสิ่งประดับประดา และพระองค์ยังทรงสร้างสิ่งที่พวกเจ้ายังไม่รู้อีกมากมาย”. (อันนะหลฺ/16) .


และพวกท่านจงสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺที่ทรงมีต่อพวกท่าน ด้วยการประทานสิ่งที่อยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดินทั้งหมดให้กับพวกท่าน อันได้แก่ ลมรำเพย ดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า .


"اللَّهُ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضَ وَأَنْزَلَ مِنَ السَّمَاءِ مَاءً فَأَخْرَجَ بِهِ مِنَ الثَّمَرَاتِ رِزْقًا لَكُمْ وَسَخَّرَ لَكُمُ الْفُلْكَ لِتَجْرِيَ

فِي الْبَحْرِ بِأَمْرِهِ وَسَخَّرَ لَكُمُ الأنْهَارَ  وَسَخَّرَ لَكُمُ الشَّمْسَ وَالْقَمَرَ دَائِبَيْنِ وَسَخَّرَ لَكُمُ اللَّيْلَ وَالنَّهَارَ  وَآتَاكُمْ مِنْ كُلِّ مَا ٤

سَأَلْتُمُوهُ وَإِنْ تَعُدُّوا نِعْمَةَ اللَّهِ لاَ تُحْصُوهَا إِنَّ الإنْسَانَ لَظَلُومٌ كَفَّارٌ".(إبراهيم/ 32-34)


“อัลลอฮฺ คือ ผู้สร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน ทรงทำให้น้ำฝน หลั่งลงมาจากฟากฟ้า และทรงทำให้มีพืชผลงอกเงยออกมาด้วยกับน้ำนั้น เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพ (ริสกีย์) สำหรับพวกเจ้า และทรงให้มีเรือแล่นไปในท้องทะเลเป็นที่สะดวกสบายสำหรับพวกเจ้า เพื่อแล่นไปตามน่านน้ำ ด้วยพระบัญชาของพระองค์ และยังทรงให้มีแม่น้ำต่างๆหลายสายมากมาย เพื่อประโยชน์สำหรับพวกเจ้า และพระองค์ได้ทรงให้มีดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ เพื่อประโยชน์สำหรับพวกเจ้า ด้วยการให้มันโคจรหมุนไปเป็นปกติ และทรงให้มีกลางคืนและกลางวัน เพื่อประโยชน์สำหรับพวกเจ้า และพระองค์ยังได้ทรงประทานทุกสิ่งให้แก่พวกเจ้าที่พวกเจ่าขอต่อพระองค์ และหากพวกเจ้าจะนับความกรุณาโปรดปรานของพระองค์แล้ว พวกเจ้าก็ไม่อาจคำนวณนับได้ทั่วถ้วนเลย แท้จริง มนุษย์นั้นเป็นผู้ที่ก่ออธรรมและเนรคุณยิ่งนัก”. (อิบรอฮีม /32-34) .และอัลลอฮฺ ตะอาลา ยังทรงแจ้งให้ทราบอีกว่า พระองค์ยังทรงช่วยเหลือพวกท่านด้วยกับการให้มลาอิกะฮฺมาช่วยเหลือพวกท่านอีกด้วย ดังดำรัสของพระองค์ที่ว่า .


" الَّذِينَ يَحْمِلُونَ الْعَرْشَ وَمَنْ حَوْلَهُ يُسَبِّحُونَ بِحَمْدِ رَبِّهِمْ وَيُؤْمِنُونَ بِهِ وَيَسْتَغْفِرُونَ لِلَّذِينَ آمَنُوا رَبَّنَا وَسِعْتَ كُلَّ شَيْءٍ

رَحْمَةً وَعِلْمًا فَاغْفِرْ لِلَّذِينَ تَابُوا وَاتَّبَعُوا سَبِيلَكَ وَقِهِمْ عَذَابَ الْجَحِيمِ رَبَّنَا وَأَدْخِلْهُمْ جَنَّاتِ عَدْنٍ الَّتِي وَعَدْتَهُمْ وَمَنْ صَلَحَ

مِنْ آبَائِهِمْ وَأَزْوَاجِهِمْ وَذُرِّيَّاتِهِمْ إِنَّكَ أَنْتَ الْعَزِيزُ الْحَكِيمُ  وَقِهِمُ السَّيِّئَاتِ وَمَنْ تَقِ السَّيِّئَاتِ يَوْمَئِذٍ فَقَدْ رَحِمْتَهُ وَذَلِكَ هُوَ

الْفَوْزُ الْعَظِيمُ".(غافر/7-9)


“บรรดาผู้ที่แบกบัลลังก์ (อัลอะรัช) ตลอดจนผู้ที่อยู่รอบอะรัชนั้น ต่างก็แซ่ซ้องสรรเสริญสดุดี ด้วยการกล่าวสรรเสริญพระเจาของพวกเขา และศรัทธาต่อพระองค์ และขออภัยโทษให้แก่ผู้ศรัทธา (มุอฺมิน) ว่า โอ้ พระเจ้าของเหล่าข้าพระองค์ ความเอ็นดู เมตตาและความรอบรู้ของพระองค์นั้น แผ่ไผศาลคลุมไปทั่วทุกสิ่ง ขอพระองค์ทรงโปรดปรานอภัยโทษให้แก่บรรดาผู้สารภาพผิด กลับเนื้อกลับตัว และดำเนินตามแนวทางของพระองค์ และทรงคุ้มครองพวกเขาด้วยเถิด โอ้ พระเจ้าของเหล่าข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้พวกเขาได้เข้าสู่บรรดาสวนสวรรค์อันสภาพร ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ให้แก่พวกเขา พร้อมกับบรรดาผู้ที่กระทำ ดี จากบรรดาบรรพบุรุษของพวกเขา ตลอดจน บรรดาคู่ครองของพวกเขาและบรรดาลูกหลานของพวกเขาด้วยเถิด แท้จริง พระองค์ท่านนั้นเป็นผู้ทรงเกียรติ ทรงอำนาจ ทรงปรีชาญาณ และพระองค์ทรงคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด และผู้ใดที่พระองค์ทรงคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลายในวันนั้น ก็เท่ากับว่าพระองค์ทรงเอ็นดูเมตตาแก่เขาแล้ว และนั่นเป็นชัยชนะอันใหญ่หลวง”. (ฆอเฟร /7-9) .


นอกจากนั้น ลูกหลานอาดัมทุกคนยังได้รับเกียรติ ให้มีมลาอิกะฮฺผู้ทรงเกียรติ ทำหน้าที่คอยจดบันทึกการกระทำของแต่ละคน ทั้งทางด้านขวามือ และทางด้านซ้ายของเขามืออีกด้วย ไม่ว่ามนุษย์คนใดจะพูดอะไรออกไป หรือกระทำสิ่งใด ไม่ว่าดีหรือชั่ว มลาอิกะฮฺที่ชื่อ “รอกีบุน อะตีดุน” ก็จะทำหน้าที่บันทึกไว้ หากลูกหลานอาดัมทำดี ก็จะได้รับการบันทึกความดี 10 ความดี และหากกระทำความชั่ว ก็จะได้รับการบันทึกเพียงความชั่วเดี่ยวเท่านั้นและหากพวกเขากระทำความดีก็มีการบันทึกความดีนั้น ๆ
 และอัลลอฮฺ ตะอาลา ยังทรงให้มีมลาอิกะฮฺผู้ทรงเกียรติ มาดูแลเพื่อทำหน้าที่ยังประโยชน์ให้แก่ลูกหลานอาดัม (มนุษย์) โดยให้ญิบรีลมาเป็นผู้นำวะฮีย์ลงมา ซึ่งทำให้บรรดาหัวใจทั้งหลายของมนุษย์ชาติมีชีวิตชีวา และมีความสุข ทรงให้มีกาอีลดูแลเกี่ยวกับฝน และพืชพันธุ์ธัญญาหาร ทำให้แผ่นดินมีชีวิตชีวา เป็นแหล่งอาหารของสิ่งสาราสัตว์ ตลอดจนพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ทรงให้มี “อิสรอฟีล” มีหน้าที่ เพื่อดูแล“อัซซู๊ร” เพื่อการเป่าสังข์ในวันสิ้นโลก และเป่าอีกครั้งหนึ่งในวันที่มนุษย์จะฟื้นคืนชีพขึ้นมา เพื่อพบกับพระเจ้าของเขา เพื่อชำระสอบสวน และยังมีมลาอิกะฮฺที่อัลลอฮฺทรงมอบหมายให้ทำหน้าที่เฝ้าติดตามดูแล ปกป้อง คุ้มกันมวลมนุษย์ (ลูกหลานอาดัม) ดังปรากฏในคำดำรัสของพระองที่ว่า .

 
"لَهُ مُعَقِّبَاتٌ مِنْ بَيْنِ يَدَيْهِ وَمِنْ خَلْفِهِ يَحْفَظُونَهُ مِنْ أَمْرِ اللَّهِ".(الرعد/ 11)

“สำหรับมนุษย์นั้น มีมลาอิกะฮฺผู้เฝ้าติดตามอยู่ทั้งข้างหน้า และข้างหลังของเขา ทำหน้าที่ดูแลรักษา ปกป้องคุ้มครองเขาตามบัญชาของอัลลอฮฺ” . (อัรเราะอฺดุ /11) .
 ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอ่าลัยฮิว่าซัลลัม กล่าวว่า.
“มลาอิกะฮฺที่เฝ้าติดตาม เฝ้าระวังพวกท่านอยู่นั้น มีทั้งมลาอิกะฮฺกลางคืนและมลาอิกะฮฺกลางวัน”. และท่านนบียังได้กล่าวอีกว่า.
“เมื่อถึงวันศุกร์ทุกๆประตูมัสญิด จะมีมลาอิกะฮฺทำหน้าที่จดบันทึกผู้เข้ามัสญิดเป็นคนแรก เมื่ออิมามนั่งลงบนมิมบัร พวกเขาก็จะปิดสมุดบันทึกแต่ละคนไว้ และมานั่งฟังคุฏบะฮฺ (อัซซิกรฺ)”.
 ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ นับเป็นการคุ้มครอง ดูแล เอาใจใส่ของอัลลอฮฺที่มีต่อลูกหลานอาดัม (มนุษย์)
 และจากการดูแลเอาใจใส่เป็นธุระของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเรา ท่านทั้งหลายก็คือ เมื่อผู้เป็นบ่าวคนใดตายไป มลาอิกะฮฺก็มารับเอาวิญญาณของผู้นั้นไปด้วยความมี “อะมานะฮฺ” ที่สมบูรณ์ครบถ้วน โดยที่พวกเขาจะไม่กระทำการใดๆที่เกินเลยขอบเขตใดๆทั้งสิ้น
 ต่อมาเมื่อวันกิยามะฮฺมาถึง “มลาอิกะฮฺ” ก็จะมาพบบรรดาผู้ศรัทธา (มุอฺมินีน) พร้อมกับข่าวดีโดยกล่าวว่า “นี่คือวันของพวกท่าน ซึ่งพวกท่านได้เคยได้รับสัญญาเอาไว้ ดังนั้นพวกท่านจงเข้าสู่สวนสวรรค์กันเถิด มลาอิกะฮฺที่ประจำอยู่ที่สวรรค์ ต่างๆก็เชื้อเชิญเขาเข้าสู่สวรรค์ จากทุกๆประตู ก็จะกล่าวว่า ขอความศานติจงเป็นของพวกท่าน เถิด อันเนื่องมาจากการอดทนของพวกท่าน ดังนั้นช่างเป็นสถานที่ตอบแทนที่ดียิ่งเสียนี่กระไร”
ผู้เป็นบ่าวของอัลลอฮฺทั้งหลาย จงกตัญญูต่อความโปรดปราน (นิอฺมะฮฺ) อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺที่ได้ประทานมาให้กับพวกเรา ท่านทั้งหลายกันเถิด ทั้งในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้จากบรรดาฟากฟ้า และแผ่นดิน จงดำรงไว้ ซึ่งการเคารพภักดี(อิบาดะฮฺ) ต่อพระองค์ ด้วยการถวายความรัก ความเทิดทูน ให้ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรต่อพระองค์ และจงขอความช่วยเหลือต่อพระองค์เถิด เพราะอัลลอฮฺนั้น ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ และทรงคุณความดีอย่างมากมายจนสุดที่จะกล่าวถึงได้ ทั้งในตอนตั้งแต่เริ่มแรกและในตอนท้ายสุด และบรรดาการสรรเสริญทั้งมวลนั้น ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ผู้เป็นเจ้าแห่งโลกทั้งผองเพียงพระองค์เดียว…