ข่าวประชาสัมพันธ์
เกียวกับสันติสุขสาร
ต้องการติดต่อและสนับสนุนมูลนิธิชี้นำสู่สันติสุข

- - - - - - - ฝากข้อความถึงมูลนิธิ - - - - - - - -

 วีดีโอมูลนิธิ


รู้จักอิสลาม



อายะฮถือศีลอด



อัลกุรอาน ซูเราะฮอัรเราะฮมาน



อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน[Surah Al-Insaan]


...ไม่ว่าการกระทำใดๆ หากได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็นของง่ายดายในเวลาต่อมา...



กฎเกณฑ์การทำอิบาดะฮฺต่างๆแบบเจาะจงตอนสิ้นปี (โดย.อ.ดาวู๊ด รอมาน )


กฎเกณฑ์การทำอิบาดะฮฺต่างๆแบบเจาะจงตอนสิ้นปี


โดย.อ.ดาวู๊ด รอมาน อิมามมัสญิดอัรเราะหฺมาน ชะไว อ่างทอง อาจารย์โรงเรียนศาสนวิทยา หนองจอก กรุงเทพฯ วิทยากรชมรมอัสสะละฟียูน บ้านป่า สวนหลวง

ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮูอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า .

 
مَنْ أَحْدَثَ فِيْ أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ مِنْهُ فَهُوَ رَدٌّ   رواه  مسلم            

                                        
 "ผู้ใดที่สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาในกิจการของเราโดยที่มันไม่ใช่ศาสนา

สิ่งนั้นเป็นโมฆะ"
   

مَنْ عَمِلَ عَمَلاً لَيْسَ عَلَيْهِ أَمْرُنا فَهُوَ رَدٌّ   رواه البخاري

"ผู้ใดปฏิบัติงานหนึ่งที่ไม่ใช่กิจการของเรา งานนั้นเป็นโมฆะ"

ท่านอิบนฺมัสอู๊ดรอฎิยัลลอฮุอันฮุกล่าวว่า


اِتَّبِعُوْا وَلاَ تَبْتَدِعُوْا فَقَدْ كُفِيْتُمْ       أخرجه أبو خيثمة ووكيع


"พวกท่านจงปฏิบัติตามและอย่าต่อเติม เพราะเป็นที่พอเพียงแก่

พวกท่านแล้ว"
             

 ท่านอิบนฺอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า .


 
كُلُّ بِدْعَةٍ ضَلالَةٌ، وَإِنْ رَآهَا النَّاسُ حَسَنَةً    أخرجه اللالكائي


"ทุกอุตริในศาสนาเป็นความหลงผิดถึงแม้ว่าผู้คนเห็นว่าเป็นความดี
งาม"


ท่านฮัซซานอิบนฺอตียะฮฺรอฮิมะฮุลลอฮฺกล่าวว่า


مَا ابْتَدَعَ قَوْمٌ بِدْعَةً فِيْ دِيْنِهِمْ إِلاَّ نَزَعَ اللهُ عَنْهُمْ مِنْ سُنَّتِهِمْ مِثْلِهَا ثُمَّ لاَ يُعِيدُهَا

إِلَيْهِمْ إِلَى يَوْمِ الْقِيَامَةِ   أخرجه الدارمي


"กลุ่มชนใดก็ตามที่ทำอุตริในศาสนา อัลลอฮฺจะทรงถอดถอนเรื่อง

ซุนนะฮฺออกโดยที่จะไม่นำกลับคืนสู่พวกเขาจนถึงวันกิยามะฮฺ"
             

 ท่านอิหม่ามมาลิกอิบนฺอนัสร่อฮิมะฮุลลอฮฺกล่าวว่า


مَنْ أَحْدَثَ فِيْ هَذِهِ الأُمَّةِ الْيَوْمَ شَيْئاً لَمْ يَكُنْ عَلَيْهِ سَلَفُهَا فَقَدْ زَعَمَ أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ

صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلّمَ خَانَ الرِّسَالَةَ؛ لأَنَّ اللهَ تَعَالَى يَقُوْلُ{ اَلْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ

دِيْنَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِيْ وَرَضِيْتُ لَكُمُ الإِسْلاَمَ دِيْناً}، فَمَا لَمْ يَكُنْ يَوْمَئِذٍ دِيْناً

لا يَكُوْنُ الْيَوْمَ دِيْنا     أخرجه ابن حزم في الإحكام 6/225.

 

"ผู้ใดที่สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาในประชาชาตินี้โดยที่สิ่งนั้นไม่มีอยู่ใน

แนวทางของสลัฟ(บรรพชน) เขาเป็นผู้ที่เชื่อว่าท่านรอซูลุลลอฮฺ

บิดพลิ้วในการเผยแพร่ เพราะอัลลอฮฺกล่าวว่า

"วันนี้ข้าไดทำให้ศาสนาสมบูรณ์แก่พวกท่านแล้ว และข้าได้ทำให้

ความโปรดปรานของข้าที่มีต่อพวกเจ้าครบถ้วน และข้าพอใจให้อิส

ลามเป็นศาสนาของพวกท่าน"

 ดังนั้นในวันดังกล่าวสิ่งใดที่ไม่เป็นเรื่องศาสนาในวันนี้มันก็ไม่เป็น

เรื่องศาสนา"
             

จากตัวบทเหล่านี้บ่งชี้ถึงอันตรายของบิดอะฮฺที่มีต่อสังคมโดย

เฉพาะเรื่อง      อิบาดะฮฺที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องดีงาม จึงเป็นเหตุทำ

ให้ผู้คนต่างรีบเร่งสู่การปฏิบัติโดยหารู้ไม่ว่าความจริงมันเป็นบิดอะฮฺ
            

  หลักเกณฑ์ของศาสนาในการพิสูจน์อามั้ลอิบาดะฮฺที่เป็นบิดอะฮฺคือทุกอามั้ลอิ

บาดะฮฺที่มุสลิมทำขึ้นมาเพื่อหวังผลบุญจากอัลลอฮฺแต่ว่างานดังกล่าวท่านรอซูลุ

ลลอฮฺไม่ได้กระทำและเหล่าซอฮาบะฮฺก็ไม่ได้กระทำทั้งๆที่สามารถที่จะทำได้

โดยไม่มีอุปสรรค์มาขวางกั้นสิ่งเหล่านี้เรียกว่าบิดอะฮฺ
             

  บิดอะฮฺหนึ่งที่แพร่หลายในยุคปัจจุบันนี้คือ การทำอิบาดะฮฺโดยเจาะจงเวลาตอน

สิ้นปีเช่น การถือศีลอด การขอดุอาอฺ(ขอพร)และการอิสติฆฟ้าร(ขออภัยโทษ)

ป็นต้น โดยอ้างเหตุผลในการทำว่า"บันทึกการงานต่างๆของมนุษย์จะถูกปิดบัญชี

ตอนสิ้นปีดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำความดีเพื่อให้บันถูกปิดท้ายด้วยการทำความดี"

การงานเหล่านั้นเมื่อดูผิวเผินก็จะเห็นว่ามันเป็นอามั้ลอิบาดะฮฺที่ดี แต่ถ้าพิจารณา

โดยอาศัยหลักการที่ถูกต้องก็จะเห็นว่ามันเป็นบิดอะฮฺ(อตริกรรม)ที่ค้านกับแนว

ทางของท่านรอซูลลุลลอฮฺ ด้วยสาเหตุต่ไปนี้คือ

1.อิบาดะฮฺที่มีคำสั่งใช้ให้กระทำแบบเปิดกว้างโดยไม่มีการจำกัดหรือเจาะจงเวลา

ทำ หากว่าผู้กระทำกำหนดเวลาทำขึ้นเองโดยไม่มีหลักฐานยืนยันถือว่าเป็นบิดอะ

ฮฺ ดังกล่าวนี้เป็นแนวทางของท่านอิบนฺตัยมียะฮฺ อิบนุ้ลก็อยยิม อัชชาฏิบียฺ อัลบานี

ยฺ และอิบนฺอุซัยมีนรอฮฺมะฮุมุลลอฮฺ  ดังนั้นหลักฐานใช้ให้ทำอิบาดะห์ตอนสิ้นปีอยู่

ที่ไหน ?

2.อิบาดะห์แบบเจาะจงทำตอนสิ้นปีเป็นเรื่องที่ไม่มีแบบอย่างจากท่านรอซูลุ

ลลอฮฺซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บรรดาซอฮาบะฮฺ  บรรดาตาบิอีน และบรรดา

ปราชญ์ พวกที่คิดและทำในยุคนี้เป็นผู้เข้าใจศาสนาดีกว่าท่านรอซูลุ

ลลอฮฺซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บรรดาซอฮาบะฮฺ  บรรดาตาบิอีน และบรรดา

ปราชญ์ในอดีตอย่างนั้นหรือ?..เพราะรากฐานอิบาดะฮฺคือห้ามกระทำและการปฏิ

ตามคำสั่งใช้ ไม่ใช่มาจากอารมณ์และต่อเติม

3.ต่อคำพูดที่ว่า"บันทึกการงานจะถูกปิดตอนสิ้นปี"เป็นคำพูดที่ต้องมีหลักฐานยืน

ยัน และชี้แจงเพราะมันเป็นเรื่องเร้นลับ และหลักฐานอยู่ที่ไหน?

4.หากว่าบันทึกการงานจะถูกปิดบัญชีตอนสิ้นปีจริงมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะ

อนุญาตให้ทำอามั้ลอิบาดะห์แบบเจาะจงตอนสิ้นปีได้ เพราะหากว่าเป็นเรื่องดีจริง

แล้วไซร้ ท่านรอซูลุลลอฮฺและบรรดาซอฮาบะฮฺรอฎิยัลลอฮุอันฮุมต้องทำ

ก่อนพวกเราอย่างแน่นอน ดังนั้นเรื่องบัญชีถูกปิดตอนสิ้นปีไม่ใช่เรื่องจริงหนำซ้ำ

การทำอามั้ลอิบาดะฮฺก็ไม่มีแบบอย่าง แล้วจะกระทำกันได้อย่างไรเล่า?...

5.มติของปวงปราชญ์มีว่าบัญชีการงานจะถูกปิดเมื่อคนนั้นตาย เป็นคำอธิบายของ

บรรดามุฟัซซิรีน (นักอธิบายกุรอ่าน) ต่อคำกล่าวของอัลลอฮฺที่ว่า

{ وَإِذَا الصُّحُفُ نُشِرَتْ }    [سورة التكوير الآية رقم10

" และเมื่อบันทึกทั้งหลายถูกกางแผ่ " อัตตักวีร / 10


صُحُفُ الأَعْمَالِ فَإِنَّهَا تُطْوَى عِنْدَ الْمْوْتِ وَتُنْشَرُ وَقْتَ الْحِسَابِ


[تفسيرالبيضاوي ، النسفي ، أبي السعود ، الدرالمنثور، الوسيط]

 

บันทึกการงานจะถูกปิดบัญชีเมื่อตายและจะถูกกางแผ่เวลาสอบสวน (ตัฟซีรบัย

ฎอวียฺ  อันนะซะฟียฺ  อบีสสะอู๊ด  อัดดุรรุ้ลมันซูร  อัลว่าซีฏ)

6.เป็นที่รู้กันดีว่าศักราชอิสลามที่ใช้การอพยพของท่านรอซูลุลลอฮฺจากนครมักกะ

ฮฺสู่นครมะดีนะฮฺเป็นตัวกำหนดนั้น ถูกเริ่มใช้ในยุคของคอลีฟะฮฺอัมัรอิบนฺค็อฏฏ้อบ

รอฎิยัลลอฮุอันฮฺโดยให้มุฮัรร็อมเป็นเดือนแรกและซุลฮิจญะฮฺเป็นเดือนสุดท้าย

ดังนั้นบันทึกการงานจะถูกปิดบัญชีเมื่อใดในยุคก่อนที่จะมีการกำหนดใช้ฮิจเราะ

ฮฺศักราช?...
         

     จากสาเหตุเหล่านี้จึงเป็นที่ชัดเจนว่า การเจาะจงทำอามั้ลอิบาดะฮฺเช่น ถือศีล

อด ขอดุอาอฺ ขออิสติ้ฆฟ้ารในตอนสิ้นปีจึงเป็นบิดอะฮฺ(อุตริกรรม)ใน

ศาสนาของอัลลอฮฺ


 
وقال الإمام ابن تيمية: (فَالْبِدَعُ تَكُوْنُ فِيْ أَوَّلِهَا شِبْراً ثُمَّ تَكْثُرُ فِي الأتْبَاعِ حَتَّى

تَصِيْرَ أَذْرَعاً وَأَمْيَالاً وَفَرَاسِخَ) [الفتاوى 8/425

  อิหม่ามอิบนฺตัยมียะฮฺกล่าวว่า"บิดอะฮฺ(อุตริกรรมในศาสนา)ตอน

แรกเริ่มจะเล็กแค่หนึ่งคืบต่อมาจะมีการทำตามเพิ่มมากขึ้นจนเป็น

ศอกเป็นไมล์และฟัรซัค(หน่วยของระยะทาง)


قَالَ الإِمَامُ البَرْبَهاَرِيِّ :  وَاحْذَرْ صِغاَرَ المُْحْدَثاَتِ مِنْ الأمُوْرِ فَإِنَّ صَغِيْرِ الْبِدَعِ

يَعُوْدُ حَتَّى يَصِيْر َكَبِيْراً، وَكَذَلِكَ كُلُّ بِدْعَةٍ أَحْدَثَتْ فِيْ هَذِهِ الأُمَّةِ كَانَ أَوَّلُهَا

صَغِيْراً يُشْبِهُ الْحَقَّ فَاغْتَرَّ بِذَلِكَ مَنْ دَخَلَ فِيْهاَ ثُمَّ لَمْ يَسْتَطِعِ الْخُرُوْجَ مِنْهاَ

فَعَظَمَتْ وَصَارَتْ دِينْاً يُدَانُ بِهِ فَخَالَفَ الصِّرَاطَ اْلمُسْتَقِيْمَ فَخَرَجَ مِنَ الإِسْلاَمِ)

  [شرح السنة ص61]

อิหม่ามบัรบะฮารียฺกล่าวว่า "จงระวังเรื่องเล็กๆที่เป็นสิ่งใหม่ใน

ศาสนาเพราะว่าบิดอะฮฺเล็กมันจะกลับกลายเป็นบิดอะฮฺใหญ่ได้

กล่าวคือทุกบิดอะฮฺที่ผุดขึ้นมาใหม่ในประชาชาติทุกวันนี้เริ่มต้น

แบบเล็กๆที่ดูเหมือนถูกต้อง ผู้เข้าไปกระทำเห็นว่ามีประโยชน์หลัง

จากนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะถอนตัวออกมาได้ เพราะมันเป็นเรื่อง

ใหญ่กลายเป็นศาสนาที่ถูกนับถือ แตกต่างกับแนวทางที่เที่ยงตรง

และออกจากอิสลาม"...